หรือบางกรณีความอยุติธรรมก็อาจจะไม่ ได้ มาจากผลของกฎหมายโดยตรง แต่เป็นแรงกดดันจากความอยุติธรรมในสังคม ดังเช่นเรื่องของโช ซึง ฮุย นักศึกษาชาวเกาหลี ที่ก่อคดีช็อกโลกที่เวอจิเนียร์ เทค สหรัฐอเมริกา เนื่องจากถูกวงสังคมเพื่อนกดดัน จนถึงขีดสุด โชถูกเหยียดว่าเป็นชาวเอเชีย แถมเขา ยังพูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง ยิ่งทำให้อยู่ในสภาพที่อึดอัดเหลือแสน เขาเคยถูกเขียนข้อความล้อเลียนกลางห้องว่า *กลับเมืองจีนไปซะ* แล้วทุกคนก็ พร้อมใจหัวเราะกันครืนอย่างเห็นขันไปด้วย เขาถูกหมู่เพื่อนร่วมชั้นเรียนซึ่ง ส่วนใหญ่เป็นลูกเศรษฐีล้อเลียนกดดันต่างๆนานา จนทำให้เกิดอาการซึมเศร้า ซึ่งเมื่อแพทย์ตรวจแล้ว ก็พบว่าเขามีโรควิตกกังวลร่วมเข้ามาอีกด้วย

ญาติสนิทของโชได้เล่าให้ฟังว่า *ทุกครั้งที่กลับจากมหาวิทยาลัย โชจะร้องไห้คร่ำครวญว่า ไม่อยากกลับไปเรียนไปพบเจอเพื่อนอีกต่อไป* เมื่อ ถึงขั้นนี้โชก็เริ่มเก็บตัวมากขึ้นและพูดน้อยลงทุกที จนในที่สุดความกดดันทั้งหลายก็ระเบิดขึ้นมา เขานำปืนพร้อมด้วยกระสุนเต็มพิกัดเดินดุ่ย เข้าโรงเรียนไปยิงเพื่อนนักศึกษาและครูจนเสียชีวิต ไปถึง 32 ราย จากนั้นก็ได้กลับมาปลิดชีพตัวเอง พร้อมทั้งทิ้งข้อความสั้นๆเล่าความอยุติธรรมที่เขา ได้รับมาตลอด ซึ่งในนั้นมีคำว่า *ลูกเศรษฐี (Rich kids)* ที่ถูกตามใจจนเสียคนทั้งหลาย และก็ได้นิยามความตายของเขาว่าเป็นการเสียสละยิ่งใหญ่ ดุจเดียวกับพระคริสต์
ซึ่ง จากการวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย แล้วก็ล้วนแต่เห็นตรงกันว่า อาการทางจิตถึงขั้นที่สุด ของเขานี้มีแรงผลักดันมาจากความอยุติธรรมที่มาจากสังคมโดยรอบ ทำให้วันหนึ่งเด็กชายที่ฉลาดเฉลียวอนาคตไกลต้องกลายมาเป็นฆาตกรเมื่อทนความ กดดันที่เลวร้ายจากเพื่อนนักศึกษาไม่ไหว