ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดอำนาจเจริญ
ศูนย์จำหน่ายหัตถกรรมบ้านคำพระ
ตั้งอยู่ที่บ้านคำพระ ริมทางหลวงสายอำเภอหัวตะพาน-อำนาจเจริญ ห่างจากที่ว่าการอำเภอหัวตะพานประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ประเภทหัตถกรรมของกลุ่มแม่บ้าน ที่มีสินค้าหลากหลายชนิด โดยเฉพาะผ้าขิตและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าขิต
หมู่บ้านหมอลำ หนองปลาค้าว เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของอำนาจเจริญ ตั้งอยู่ที่ตำบลปลาค้าว อำเภอเมือง เป็นชุมชนที่ก่อตั้งมาประมาณ 200 ปี ประชากรมีเชื้อสายภูไท เป็นหมู่บ้านที่มีคณะหมอลำมากที่สุดในประเทศไทย ประมาณ 20 คณะ มีการอนุรักษ์ศิลปะหมอลำ การพัฒนา ประยุกต์หมอลำ เป็นหลายรูปแบบ เช่น หมอลำกลอน หมอลำพื้น หมอลำชิงชู้ หมอลำหมู่ หมอลำซิ่ง และหมอลำผสมวงดนตรี นำไปแสดงในงานต่าง ๆ เป็นที่เลื่องลือไปทั่วประเทศไทย จนกลายเป็นหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ของตำบลปลาค้าว
ก่อนที่คณะหมอลำจะไปแสดงในงานต่าง ๆ จะมีพิธีไหว้ครูหมอลำ หรือที่เรียกว่าเปิดวง ซึ่งมีบุคลากรตั้งแต่ 80 - 200 คน แสดงให้ชมฟรีก่อนออกไปรับงาน หมอลำบ้านปลาค้าวสร้างรายได้เข้าสู่ตำบลปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท ปัจจุบันมีการฝึกหมอลำน้อย โดยมีการลำว่ากลอนปากเปล่าปล่อยเสียงเป็นจังหวะจะโคน พร้อมกับฟ้อนร่ายรำอย่างถูกวิธี ทั้งชายหญิง นับว่าเป็นจุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่จะมาชม/ฟังฝีปากหมอลำน้อยที่บ้านปลาค้าวแห่งนี้
นอกการการแสดงหมอลำแล้วชาวบ้านปลาค้าวยังได้เก็บรักษาโบราณวัตถุอันเป็นเอกลักษณ์พื้นบ้านไว้อย่างดียิ่ง อาทิ วิหารช่างญวน ตั้งอยู่ที่วัดศรีโพธิ์ชัย พระเจ้าใหญ่ศรีโพธิ์ชัย ที่มีอายุราว 200 ปี พระพุทธรูปแกะสลักไม้ พระยานาค (รางสรงน้ำพระ) มีงานฝีมือผลิตเครื่องดนตรี อาทิ พิณ แกะสลักลวดลายต่าง ๆ งานแกะสลัก การทอผ้า และมีระบบการจัดการนำเที่ยว Home Stay จำนวน 25 หลัง เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประธานกลุ่มโฮมสเตย์ และวัฒนธรรมบ้านปลาค้าว อ.เหรียญชัย โพธารินทร์ โทร. 08 1878 7833 หรือดูเว็บไซต์
http://www.plakaow.th.gs/ทิวทัศน์ริมฝั่งโขง อำเภอชานุมานมีพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขงเป็นระยะทางประมาณ 38 กิโลเมตร ทำให้มีลักษณะทางธรรมชาติและทัศนียภาพของบรรยากาศสองฟากฝั่งโขงที่งดงามน่าประทับใจโดยเฉพาะบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอชานุมาน มีทางเดินเลียบริมฝั่งโขงเป็นระยะทางยาวเหมาะแก่การเดินชมทัศนียภาพ ในช่วงฤดูแล้ง (กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม) จะมองเห็นแก่งกลางแม่น้ำโขง เช่น แก่งตางหล่าง ที่หมู่บ้านศรีสมบูรณ์ใกล้กับตัวอำเภอและแก่งหินขัน ที่บ้านหินขัน (ห่างจากตัวอำเภอไปทางใต้ประมาณ 13 กิโลเมตร)
พุทธอุทยานและพระมงคลมิ่งเมือง
ตั้งอยู่ที่เขาดานพระบาท ห่างจากตัวเมืองไปทางด้านเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร บริเวณวัดเป็นหินดานธรรมชาติร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด ซึ่งได้รับการปรับแต่งให้เป็น “พุทธอุทยาน” ส่วนพระมงคลมิ่งเมือง หรือพระใหญ่ ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 11 เมตร ความสูงจากระดับพื้นดินถึงยอดเปลวรัศมี 20 เมตร เป็นพระพุทธรูปที่ได้รับอิทธิพลสกุลศิลปะอินเดียเหนือ (ปาละ) ที่แผ่อิทธิพลมายังภาคอีสานของไทย เมื่อพันปีเศษ ออกแบบโดย จิตร บัวบุศย์ ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กครอบองค์เดิมซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้น แล้วแต่งองค์พระด้านนอกด้วยกระเบื้องโมเสคสีทอง สร้างเมื่อปีพ.ศ.2508 เป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือทางด้านหลังของพระมงคลมิ่งเมืองมีพระพุทธรูปลักษณะแปลกอีก 2 องค์ ห่มจีวรเหลือง มีนามว่า “พระละฮาย” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “พระขี่ล่าย” หมายถึง ไม่สวย ไม่งาม โดยเรียกตามรูปลักษณ์ขององค์พระพุทธรูปโบราณ พบในหนองน้ำเมื่อปี พ.ศ. 2505 ครั้งที่มีการปรับปรุงบริเวณโดยรอบเพื่อทำฝายกั้นน้ำเชื่อกันว่าเป็นพระที่ให้โชคลาภประชาชนมักเดินทางมาขอพรอยู่เสมอ
พระมงคลมิ่งเมือง (พระใหญ่)
เป็นสิ่งสำคัญคู่บ้านคู่เมือง ตั้งอยู่ที่พุทธอุทยาน ถนนชยางกูร อำเภอเมือง มีพุทธลักษณะ ตามอิทธิพลด้านศิลปะอินเดียเหนือ
แคว้นปาละ ซึ่งได้แผ่อิทธิพลด้านศิลปะมายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เมื่อรวาพุทธศตวรรษที่ 13-16 เป็นพระพุทธรูป ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 11 เมตร ส่วนสูงวัดจากพื้นดินระดับต่ำสุดถึงยอดเปลว 20 เมตร
โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กโดยตลอด ผิวนอกฉาบปูนบุด้วยกระเบื้องโมเสกสีทอง การก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์
วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2508 เชื่อกันว่าพระมงคลมิ่งเมืองเป็น พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ มีประชาชนทั้งชาวอำนาจเจริญ
และจังหวัดใกล้เคียงมีความเคารพและ กราบไหว้บูชาทุกปี ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 (วันมาฆะบูชา) ชาวบ้านจะจัดงานนมัสการ พระมงคลมิ่งเมืองและถือได้ว่าเป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดอำนาจเจริญที่ถือปฏิบัติ
กันมาจนถึงปัจจุบัน มีการแสดง แสง เสียง ตำนานเมืองอำนาจเจริญเป็นประจำทุกปี
วัดพระเหลาเทพนิมิตร 
ตั้งอยู่ที่อำเภอพนา บนทางหลวงหมายเลข 2134 ห่างจากตัวอำเภอพนาประมาณ 2 กิโลเมตร พระอุโบสถของวัดมีรูปทรงสถาปัตยกรรมแบบล้านนา มีพระประธานคือ “พระเหลาเทพ-นิมิตร” เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ประดิษฐานในพระอุโบสถ องค์พระพุทธรูปประทับขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย ลงรักปิดทองงดงาม สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2263 กล่าวกันว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดในภาคอีสาน ซึ่งจัดอยู่ในพระพุทธรูปศิลปะลาวสกุลช่างเวียงจันทน์ ที่ได้รับอิทธิพลจากพระพุทธรูปศิลปะล้านนา ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 21-22 สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นหลังจากระยะเวลาดังกล่าวไปเล็กน้อย เนื่องจากมีอิทธิพลของฝีมือช่างท้องถิ่นปรากฏอยู่มากเป็นต้นว่าเค้าพระพักตร์ เปลวรัศมีที่ยืดสูงขึ้นสัดส่วนของพระเพลาและพระบาทซึ่งคล้ายคลึงกับที่ปรากฏอยู่ในกลุ่มพระพุทธรูปไม้ และสำริด ที่สร้างขึ้นระหว่างปลายพุทธศตวรรษที่ 23 ถึงพุทธศตวรรษที่ 24
สวนมิ่งเมืองเฉลิมพระเกียรติ
ตั้งอยู่ที่ ตำบลบุ่ง อำเภอเมือง มีเนื้อที่ 35 ไร่ 13 ตารางวา ภายในสวนมิ่งเมือง เฉลิมพระเกียรติ เป็นที่ตั้งของศาลหลักเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราช สยามกุฎราชกุมาร ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดศาล หลักเมือง เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2544
วัดถ้ำแสงเพชร
"...วัดถ้ำแสงเพชร หรือศาลาพันห้องเป็นศาลาอยู่ยอดเขาสูงทิศเหนือมีถ้ำขนาดใหญ่ภายในถ้ำ
มีพระพุทธรูปสวยงาม..." ต่อมาเมื่อปี 2511 หลวงปู่ชา (วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี) ได้มาพำนักบำเพ็ญธรรมที่ถ้ำพระใหญ่ 5 คืน
ถ้ำแสงเพชร เป็นสำนักสงฆ์ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของวัดหนองป่าพง มีการพัฒนาสิ่งต่าง ๆ
มากมาย มีการตัดถนนทางราดยางถึง มหาวิหาร กว้าง 28 เมตร ยาว 60 เมตร โดย
พื้นชั้นล่างเป็นแทงค์เก็บน้ำฝนไว้ใช้หน้าแล้งและทำให้วิหารมีบรรยากาศเย็น ข้าง
มหาวิหารมีพระพุทธไสยาสน์ ยาว 19 เมตร มีพุทธลักษณะที่สวยงาม และเจดีย์สถูป
ภายในมีรูปปั้นเหมือนของหลวงปู่ชา และภาพเขียนฝาผนังสีน้ำพุทธประวัติสวยงามมาก ห่างจากจังหวัดไปทาง อ.ปทุมราชวงศา 11 กม.
ภูจำปา
เป็นเขาเล็ก ๆ มีต้นจำปาขึ้นตามลานหิน เป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างยิ่ง มีถ้ำพระศักดิ์สิทธิ์ และโขนหินมากมาย
อยู่บ้านภูจำปา ตำบลนาหมอม้า อำเภอเมืองอำนาจเจริญ ห่างจากจังหวัดไปทางจังหวัดยโสธร ถึงสี่แยกน้ำปลีก
ประมาณ 19 กม. เลี้ยงขวาเข้าหมู่บ้านประมาณ 6 กม.
วัดดงเฒ่าเก่า

ตำบลนาหมอม้า อำเภอเมืองอำนาจเจริญ มีใบเสมาพันปี
วนอุทยานภูสิงห์-ภูผาผึ้ง
ตั้งอยู่ ณ บ้านบ๋าเจริญ หมู่ที่ 7 ตำบลสร้างนกทา อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ พื้นที่วนอุทยานฯ เป็นภูเขาหิน หินเป็นหินทรายอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหัวกอง ดงบังอี่ เขตอำเภอเมือง และอำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ มีเนื้อที่ประมาณ 8,000 ไร่ ห่างจากจังหวัดไปทางอำเภอปทุมราชวงศา 16 กม. เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านบ๋าเจริญ 4 กม. ถึงที่ทำการวนอุทยาน
ลานควายตู้ เป็นปฏิมากรรมหินทราย (Sand Stone) จาก
ธรรมชาติพิสดารแปลดตาอยู่บนลานหินขนาดใหญ่ หินมีลักษณะคล้ายลานเลี้ยงควายซึ่งเหล่านี้เกิดจากการกัดเซาะของสายน้ำ
ลม แสงแดด
ตะพาบหิน เป็นลานหินกว้างประมาณ 10 เมตร หินคล้ายตะพาบน้ำตั้งอยู่ บนลานหิน
อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน
ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.2500-2506 ปิดกั้นห้วยปลาแดก สาขาลำน้ำเซบาย เป็นทำนบดิน ยาว 1,300 ม. สูง 13.5 ม. สันกว้าง 6 ม. ปริมาณเก็บกักน้ำ 15.34 ล้านบาทก์เมตร เป็นอ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตร ครอบคลุมพื้นที่ 11,014 ไร่ เพื่อการประปา โดยเป็นแหล่งสนับสนุนน้ำดินให้การประปาได้ถึง จำนวน 2,400 ลูกบาศก์เมตร/วัน
อ่างเก็บน้ำห้วยสีโท
เป็นอ่างเก็บเพื่อการเกษตรห่างจากตัวอำเภอเมือง 15 กม. ทางไป อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ถนนอรุณประเสริฐ 11 กม. เลี้ยวซ้ายเข้าไปเส้นทางเดีียวกันกับ
วัดถ้ำแสงเพชร 4 กม. เป็นอ่างเก็บน้ำที่เกิดจากเทือกเขา 2 ลูกจนกลางเป็นแอ่งกะทะ ซึ่งจุดที่มีบรรยากาศที่ดีมาก มีวิวที่มีมุมมองสวนทั้งเช้าและเย็น เหมาะที่จะเป็นสถานที่พักผ่อนของชาวเมืองอำนาจเจริญอีกแห่ง
ถ้ำพระ ภูโพนทอง มีพระพุทธรูปเก่าแก่อายุหลายร้อยปี มีทั้งด้วยไม้ ดิน หิน ชาวบ้านนิยมขึ้นไปสรงน้ำพระในวันสงกรานต์ ปีใดฝนแล้งชาวบ้านจะขึ้นไปขอฝน
คอกช้าง (คล้องช้างป่า)เป็นลักษณะหินขนาดใหญ่วางพิงกันจนเป็นคล้ายถ้ำ สมัยก่อนชาวบ้านจะต้อนช้างเข้ามา แล้วเอาเชือกคล้องงาช้างไว้