Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
May 23, 2012, 12:54:27 PM
 
Alternative Banner: Flash player 8 + JavaScript support are required
 
 
HuSoNU  |  ห้องใหญ่ศิษย์เก่า HuSoNu.com  |  ห้องสมุด HuSoNu (Moderator: ปลองทา30)  |  Topic: ใจสู้หรือเปล่า...........
Pages: [1]   Go Down
Print
Author Topic: ใจสู้หรือเปล่า...........  (Read 611 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
เรนโบว์
XXX Super XXX
สต๊าฟเชียร์
นิสิตปี 4
*****

Popular Vote: 0
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 368


เบื่อๆเข้ามาโพสต์เพลง ถ้าหายไป แสดงว่า ไปได้ดี


WWW
« on: January 08, 2008, 04:57:40 PM »



พ่อของเขาเสียชีวิตตอนที่เขาอายุได้เพียงห้าขวบ
เขาต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน ขณะอายุ 16 ปี
ตอนอายุ 17 ปี เขาแสดงความสามารถพิเศษด้วยการตกงานติดต่อกันถึง 4 ครั้ง

เขาแต่งงานตอนอายุ 18 ปี ปีถัดมาเขาได้เป็นพ่อคน
แต่ชีวิตคู่ของเขาก็มีความ สุขอยู่ได้ไม่นานนัก อายุ 20 ปี ภรรยาของเขาพาลูกสาวหนีไป
เพราะทนใช้ชีวิตกับ เขาไม่ได้

ช่วงอายุ 18-22 ปี เขาประกอบอาชีพเป็นคนขายตั๋วรถไฟแล้วก็ล้มเหลว
แต่เขาก็ยัง ต่อสู้กับชีวิตด้วยการหาโอกาสให้ชีวิต แต่ทุกอย่างที่เขาทำก็ไม่วายล้มเหลว เหมือนเดิม

เขาสมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพแต่ก็ถูกขับออกมา
หันเหมาสมัครเข้าโรงเรียนกฎหมาย แต่ด้วยความสามารถอันเอกอุ เขาถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี

แล้วเขาก็ไปทำงานเป็นพนักงานขายประกัน แน่นอนที่สุด เขาล้มเหลวอีกครั้ง (แล้ว)

แค่เกริ่นมาข้างต้นก็คงไม่ต้องบอกว่า ชายคนนี้ทำอะไรไม่ได้เรื่องเลยสักอย่าง !
แต่ก็อย่างว่าแหละ คนเราอะไรมันจะไม่ได้เรื่องไปเสียหมด
สิ่งเดียวที่เขาพบว่า เขาทำได้ดีก็คือ การทำอาหาร
ดังนั้นเขาจึงไปทำงานเป็นพ่อครัวและคนล้างจานในร้าน
กาแฟเล็กๆ แห่งหนึ่ง แต่นั่นก็ไม่ใช่ชีวิตที่ทรงคุณค่าอะไรเลยในความคิดของเขา

ชีวิตที่ร้านกาแฟ เขามีเวลามากมายที่จะนั่งคิดและทำอะไรได้มากพอสมควร
แต่เขา กลับเลือกใช้เวลานั่งคิดถึงภรรยาและลูกสาวของเขา
เขาเพียรพยายามติดต่อภรรยาและอ้อนวอนให้เธอกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง แต่ได้รับคำปฏิเสธ
เขาเปลี่ยนความ คิดใหม่ เขาไม่ต้องการภรรยาอีกต่อไป ขอเพียงแต่ได้ลูกสาวกลับคืนมาก็พอ
เพราะเขา รักและคิดถึงเธอเหลือเกิน
เขาใช้เวลาว่างในร้านกาแฟวางแผนในการนำลูกสาวกลับคืนมาสู่อ้อมอกของตน
เขาวางแผน ทุกขั้นตอนละเอียดยิบ คำนวณทุกฝีก้าว
ในที่สุดแผนการอันแสนยาวนานก็เสร็จสิ้นลง
เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ คุณพ่อวัยรุ่นผู้น่าสงสารซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้นอกบ้านหลังเล็กๆ ของภรรยาของเขา
เฝ้ามองลูกสาวของเขาเล่นอยู่หน้าบ้านและเตรียม พร้อมที่จะ "ลักพาตัวเธอ!"

แล้ววันที่ตั้งใจไว้ก็มาถึง เขาซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้อย่างระมัดระวัง แม้จะรู้สึกกังวล ตื่นเต้น และตระหนกอยู่บ้าง
แต่นั่นมิอาจเทียบได้กับความรักที่เขา มีต่อลูก เขาตัดสินใจที่จะต้องลงมือทำให้สำเร็จ แต่แล้วอนิจจา ...
วันนั้นลูก สาวของเขาไม่ออกมาเล่นหน้าบ้านเลย

แม้กระทั่งความพยายามในการก่ออาชญากรรม เขาก็ยังล้มเหลว
เขารู้สึกเหมือนคนที่ พ่ายแพ้ต่อโชคชะตา รู้สึกเหมือนคนไม่มีค่า
และเหมือนพระเจ้ากำหนดมาแล้วว่าเขาจะ ต้องอยู่เพียงลำพังไปตลอดชีวิต

แต่เหมือนปาฏิหาริย์ ในที่สุดเขาก็สามารถโน้มน้าวภรรยาให้กลับมาอยู่ด้วยกันได้
พวกเขาทำงานด้วยกันในร้านกาแฟแห่งนั้น ทำอาหารและล้างจานอยู่จนกระทั่งเขาเกษียณ ตอนอายุ 65 ปี

วันแรกของการเกษียณอายุ เขาได้รับเช็คเงินประกันสังคมฉบับแรกของเขา เป็นเงิน 105 ดอลลาร์ ( ราวสี่พันบาท)
เช็คดังกล่าวเหมือนเป็นตัวแทนของรัฐที่ฝากมาบอกเขาว่า เขาไม่อาจจะดูแลตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว
ทั้งหมดที่เขาทำได้ก็คือใช้ชีวิต อยู่จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตด้วยเงินสนับสนุนจากรัฐบาล

มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขารู้สึกถูกปฏิเสธ ล้มเหลว เสียกำลังใจ และท้อแท้
ชีวิต ของเขาได้รับความผิดหวังอีกครั้งหนึ่งหลังจาก 65 ปีอันยาวนาน

เขาบอกกับตัวเองว่าถ้าเขาดูแลตัวเองไม่ได้ ต้องมีชีวิตอยู่โดยให้รัฐบาลดูแล
เขาก็ไม่สมควรจะมีชีวิตอีกต่อไป เขาตัดสินใจ (อีกแล้ว) ว่า " จะฆ่าตัวตาย "
เขาหยิบกระดาษหนึ่งแผ่นกับดินสอหนึ่งแท่ง
นั่งลงใต้ต้นไม้ในสวนหลังบ้านอย่างสงบ ตั้งใจที่จะเขียนคำสั่งเสียและพินัยกรรม

แต่แทนที่จะทำเช่นนั้น กลับเหมือนมีอะไรมาดลใจ เหมือนเป็นครั้งแรกที่ชีวิตเกิดปัญญา
เขาเริ่มต้นเขียนสิ่งที่เขาควรจะเป็น ชีวิตที่เขาควรจะมี และสิ่งที่เขาปรารถนาในช่วงชีวิตสุดท้ายที่เหลืออยู่
เขาตกใจมาก เมื่อค้นพบความจริงในชีวิตว่า เขายังไม่เคยทำอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันกับเขาสักอย่างเลย ! (เพิ่งนึกได้)

เขานั่งครุ่นคิดกับตัวเองอย่างจริงจัง มีบางอย่างที่เขาสามารถทำได้
บางอย่างที่คนที่รอบตัวทำสู้เขาไม่ได้ ใช่ ! เขารู้วิธีปรุงอาหาร
ชีวิตเกือบทั้งหมดของเขา อยู่ที่หน้าเตาร้อนๆ มาตลอด เขาตัดสินใจกับตัวเองอีกครั้ง
ในที่สุดเขาเลือกที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อทำอะไรสักอย่างในชีวิตให้ประสบความสำเร็จ

เขาตั้งใจว่าถ้าเขาจะตาย เขาก็อยากจะตายในแบบที่ได้ลองพยายามเป็นใครสักคน
และทำบางสิ่งบางอย่างที่มีค่าด้วยชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิดของเขา

เขาลุกจากเงาไม้ มุ่งหน้าไปยังธนาคารในเมือง เพื่อขอยืมเงินจำนวน 87 ดอลลาร์จากเช็คประกัน สังคมฉบับต่อไปของเขา
ด้วยเงิน 87 ดอลลาร์นั้น เขาซื้อกล่องเปล่าและ ไก่จำนวนหนึ่ง

จากนั้นเขาก็กลับไปที่บ้านและลงมือทอดไก่ที่ซื้อมาด้วยสูตรพิเศษที่เขาได้คิดค้นขึ้นมาในช่วงหลายปีที่ทำงาน ที่ร้านกาแฟนั้น

เขาเริ่มขายไก่ทอดของเขาตามบ้านต่างๆ ในเมืองคอร์บิน รัฐเคนตั๊กกี้ของเขา

แล้วคนขายไก่ทอดอายุ 65 ปีคนนั้นก็กลายมาเป็นผู้พันฮาร์แลนด์ แซนเดอร์ส
ราชาผู้เป็นที่รักของอาณาจักร Kentucky Fried Chicken หรือที่เรารู้จักกันในนาม KFC นั่นเอง

ตอนอายุ 65 ปี เขาเป็นเหมือนอนุสรณ์แห่งความล้มเหลวที่ยังมีชีวิต แต่ในวัย 85 ปี
เขาก็กลายเป็นเศรษฐีพันล้านและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก มีผู้คนให้เกียรติเขาทั่วประเทศ

เรื่องราวชีวิตของผู้พันแซนเดอร์ส เป็นอีกบทหนึ่งของเรื่องราวความสำเร็จ
ที่ได้รับคำยกย่องจากผู้คนทั่วโลก แต่ใครจะรู้บ้างว่าหากใต้ต้นไม้วันนั้น
ผู้พันแซนเดอร์สได้ทำตามที่เขาตั้งใจไว้แต่แรก
ตำนานไก่ทอดสะท้านโลกก็คงจะไม่มีให้เราได้เห็นกัน

จริงอย่างที่เขาว่า ความสำเร็จกับความล้มเหลวห่างกันเพียงแค่พลิกฝ่ามือ
มันอยู่ที่ว่าคุณเลือกที่จะ "สู้ต่อ" หรือ "ยอมแพ้"

สำหรับผู้พันแซนเดอร์ส 65 ปี ของชีวิตที่ล้มเหลว เทียบคุณค่าอะไรไม่ได้เลยกับ 20 ปีแห่งความสำเร็จ

แล้วชีวิตของคุณหละ ล้มเหลวมากพอหรือยัง แล้วใจสู้หรือเปล่า ...
Logged

HusoNU โฉมใหม่ โดนในวัยโจ๊ะ

I'm PraDuk
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #1 on: January 08, 2008, 09:29:02 PM »

เรื่องนี้เป็นกำลังใจให้ต่อสู้กับอุปสรรคได้เป็นอย่างดี เจ๋งมากน้องเรนฯ
Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
เสริม
Administrator
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 3
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 9,631



« Reply #2 on: January 08, 2008, 11:49:36 PM »

 Cheesy
Logged
shangpi
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 0
Offline Offline

Posts: 3,540


พุทโธ ธัมโม สังโฆ


« Reply #3 on: January 09, 2008, 08:10:18 PM »

ใจสู้จ้ะ  แต่ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่านี่น่ะสิ  แต่ไม่เป็นไร ไม่สำเร็จก็ถือว่าสู้แล้วเนอะ ๆ .. Grin
 ปล. แต่ส่วนใหญ่สู้ :Smileyแล้วก็สำเร็จผลด้วยดีเนอะ... Grin
Logged

...ช้างเอยช้างน้อย ความรู้เจ้ายังด้อยเร่งศึกษา..หุ หุ หุ..
เรนโบว์
XXX Super XXX
สต๊าฟเชียร์
นิสิตปี 4
*****

Popular Vote: 0
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 368


เบื่อๆเข้ามาโพสต์เพลง ถ้าหายไป แสดงว่า ไปได้ดี


WWW
« Reply #4 on: January 11, 2008, 03:07:40 PM »

หลังจากเฝ้าดูยอดขายที่ตกต่ำลงมา 3 เดือนของไก่ทอดเคนตั๊กกี้
ผู้พันแซนเดอร์ส (คนคิดสูตร KFC)
ได้โทรศัพท์หาพระสันตปาปาเพื่อขอความช่วยเหลือ
พระสันตปาปากล่าว “พ่อจะช่วยอะไรลูกได้บ้าง” ผู้พันตอบ
“ผมอยากให้คุณพ่อช่วยเปลี่ยนบทสวดประจำวันจาก
“ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานขนมปังให้แก่เรา” เป็น
“ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานไก่ทอดให้แก่เรา”
ถ้าหากคุณพ่อทำได้นะ ผมจะบริจาคให้วาติกัน 10 ล้านดอลลาร์”
พระสันตปาปาตอบ “พ่อเสียใจนะลูก
นั่นเป็นบทสวดของพระผู้เป็นเจ้า พ่อเปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอก”
หลังจากนั้นอีกเดือนหนึ่ง ยอดขาดก็ตกต่ำลงกว่าเก่าอีก
ผู้พันเริ่มเครียดจึงโทรหาพระสันตปาปาอีกครั้ง
“ฟังนะครับคุณพ่อ ผมต้องการความช่วยเหลือของท่านมาก
ผมจะบริจาค 50 ล้านดอลลาร์ถ้าท่านเปลี่ยน คาถาในบทสวดจาก
“ขนมปัง” เป็น “ไก่ทอด” เท่านั้นเอง
พระสันตปาปาตอบกลับมาว่า “ลูกเริ่มทำให้พ่อลังเลแล้วนะ
ผู้พันแซนเดอร์ส โบสถ์สามารถใช้เงินที่ลูกบริจาค
ทำประโยชน์แก่สาธารณชนได้มากมาย
แต่พ่อคงต้องขอยืนกราน นั่นเป็นบทสวดของพระผู้เป็นเจ้า
พ่อคงเปลี่ยนแปลงไม่ได้”
ผู้พันแซนเดอร์สต้องผิดหวังกลับไปอีกครั้ง
แต่เมื่อสองเดือนผ่านไป พร้อมกับยอดขายที่ย่ำแย่ถึงขีดสุด
“คุณพ่อครับ นี่เป็นคำขอร้องครั้งสุดท้าย
ถ้าพ่อเปลี่ยนคำในบทสวดจาก “ขนมปัง” เป็น “ไก่ทอด”
ผมจะบริจาคให้สำนักวาติกัน 100 ล้านดอลลาร์” พระสันตปาปาตอบ
“ขอเวลาพ่อคิดก่อนนะ แล้วพ่อจะติดต่อกลับไป”
วันต่อมา
พระสันตปาปาเรียกประชุมบิชอปทั้งหมดในคณะและเริ่มแถลงว่า
“พ่อมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายนะ ข่าวดีคือ KFC
กำลังจะบริจาคเงิน ให้สำนักวาติกันของเรา 100 ล้านดอลลาร์”
เหล่าบิชอปต่างพากันปลาบปลื้มกับข่าวดีนี้
บิชอปท่านหนึ่งจึงถามถึงข่าวร้ายบ้าง พระสันตปาปาตอบ
“ข่าวร้ายก็คือ เราคงต้องยกเลิกสัญญากับ
บริษัทขนมปังฟาร์มเฮาส์แล้วน่ะสิ”
Logged

HusoNU โฉมใหม่ โดนในวัยโจ๊ะ

I'm PraDuk
shangpi
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 0
Offline Offline

Posts: 3,540


พุทโธ ธัมโม สังโฆ


« Reply #5 on: January 20, 2008, 01:39:50 PM »

จริงๆ น่าจะจบบทสวดด้วย ขนมปัง + ไก่ทอด เนอะ จะได้ทั้ง 2 ทางเลยไง (โลภมากจ้า) Tongue
Logged

...ช้างเอยช้างน้อย ความรู้เจ้ายังด้อยเร่งศึกษา..หุ หุ หุ..
Pages: [1]   Go Up
Print
HuSoNU  |  ห้องใหญ่ศิษย์เก่า HuSoNu.com  |  ห้องสมุด HuSoNu (Moderator: ปลองทา30)  |  Topic: ใจสู้หรือเปล่า...........
Jump to:  





Designed by Holy IT | Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC