ความเป็นมา 1965,2508
ด้านอุตสาหกรรมอาหาร มีการแข่งขันช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดกันอย่างเข้มข้น
ไม่ว่าจะเป็น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซอสโซยุ และ เครื่องแกง
360 บริษัท ได้พยายามดึงดูดลูกค้าด้วย ผลิตภัณฑ์ที่ชื่นชอบต่างๆ

แต่ทว่า ก็ยังมีบริษัทที่เข้าสู่ตลาดนี้ เพิ่มจำนวนมากขึ้นไปอีก และ Nissin ก็กำลังสูญเสียส่วนแบ่งนี้ไป
Nissin ผู้นำอุตสาหกรรมอาหาร และเป็นผู้ริเริ่มผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกสู่ตลาดโลก ในปี 1958
บริษัทผู้ผลิตภัณฑ์อาหาร Nissin เป็นบริษัทหนึ่งที่รับรู้ถึงความรุนแรงของวิกฤตการณ์ ที่เกิดขึ้น
เงินเดือนพนักงานได้ถูกตัดออกไป 40% และหยุดการผลิต แรงงานซึ่งเคยมีถึง 1100 คนในช่วงเศรษฐกิจรุ่งเรือง ได้ถูกลดลง เหลือ 800 คน

Kunio Matsumoto เป็นพนักงานวัยหนุ่ม
กำลังด้ายหญ้าที่มุมของสวนโรงงาน เขาไม่มีอะไรจะทำ และรู้สึกเศร้าเป็นอย่างมาก
เขาเป็นบัณฑิต จบใหม่ สาขาน้ำมันปรุงอาหารจากมหาวิทยาลัยที่เกาะทางเหนือ,ฮอกไกโด งานที่นั่นหาได้ยากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักศึกษาสาขานี้
หลังจากหางานอยู่เป็นเวลานาน เขาก็ได้เข้าทำงานที่ Nissin แต่ทว่าเงินเดือนที่ได้รับ น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ขณะที่บริษัทอื่นๆก็อาจจะจ่ายให้ได้ ด้วยเหตุที่ได้เงินไม่พอใช้ เขาจึงรับประทานบะหมี่ที่ไม่ผ่านคัดเลือกจากโรงงาน เขารู้สึกเวทนาตัวเอง

ปธ.นิสชิน,Momofuku Ando อายุ 55ปี, ปราถนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่ร้อนแรง เพื่อจะกอบกู้กิจการบริษัท
Momofuku Ando คือ ผู้ที่ริเริ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต้นตำรับ ซึ่งสามารถถูกทำให้สุก โดยเพียงเติมน้ำร้อน ผลิตภัณฑ์ได้กลายเป็นที่นิยมอย่างกับพลุแตก และ เขาได้ก่อตั้ง บริษัท Nissin
1ในความคิดของเขาคือ ข้าวกึ่งสำเร็จรูปที่พร้อมรับประทานได้ใน 3นาที แต่ทว่าลูกค้าไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะข้าวมีอยู่ทุกครัวเรือน และทุกวันอยู่แล้ว
ต่อมา บริษัทได้ออกผลิตภัณฑ์ Spagheny ซึ่งเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Spaghety ผลิตภัณฑ์ที่แหวกแนวนี้ ได้รับความสนใจเพียงแค่ผ่านๆไปเท่านั้น ความหวังริบหรี่ลงไปเรื่อยๆ
ปริมาณการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้ถึงเพดานแล้ว บางบริษัทได้ขาดทุนหมด จากภาวะอิ่มตัวตลาด และ ล้มละลายไป
ของที่เคยขายได้ 35เยน ตอนนี้ขายที่ 10เยน ซึ่งแทบจะไม่สูงกว่าต้นทุนการผลิตเลย
สถานการณ์เริ่มเลวร้ายลงมากขึ้น Ando วิเคราะห์

ต่อมา เขาได้ตัดสินใจบินไปสหรัฐ เพื่อลองบุกเบิกตลาดให้สำเร็จ
Ando คาดการณ์ว่า เขาจะสามารถขายได้มากเท่าที่เขาต้องการใน อเมริกา เพราะ ไม่มีคู่แข่ง
เขาได้เสนอ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ให้แก่ผู้ดูแลSupermarket แต่เขาถาม Ando ว่า ลูกค้าจะรับประทานบะหมี่ได้อย่างไร
มันได้ทำให้เขาตะหนักว่า ที่อเมริกาไม่มีชามที่พอเหมาะกับบะหมี่เลย
ชามซุบที่นั่นตื้นเกินกว่าที่ จะใส่น้ำต้มซี่โครงหมูให้ท่วมบะหมี่ได้
บริษัทยังคงอยู่ในสภาวะที่ทรุดหนัก เพราะบะหมี่ขายไม่ได้ ทำให้สต๊อกค์สินค้าที่เพิ่มขึ้น

Matsumoto ยังคงกินบะหมี่ที่ถูกทิ้ง แต่เขาก็ปราถนาอาหารที่ทำจากบ้านเช่นกัน
เขาตัดสินใจแต่งงานกับเพื่อนร่วมงาน Toshiko พวกเขาเริ่มต้นชีวิตด้วยกันในอพาร์ทเม้นท์เล็กๆ มีห้องเล็กๆให้ 2ห้อง ค่าเช่า 10,000เยนต่อเดือน
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะลำบากขัดสน Matsumoto และ Toshiko เชื่อว่า พวกเขาทั้งสองจะสามารถช่วยเหลือซึ่งกัน และ อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข