แต่ในการเลือกตั้งปี 1991 พรรคที่มาจากรากหญ้าอย่าง Welfare Party ก็เริ่มได้รับความนิยม (+16%) หลังจากพรรครัฐบาลก่อนหน้านั้นมัวแต่สร้างภาพ เชื่องช้า บริหารไม่เป็น
หลังจากเลือกตั้งปี 1995 พรรค Welfare Party ได้รับคะแนนสูงสุด (+21%) แต่ก็ต้องเป็นรัฐบาลผสม เพราะไม่ได้เสียงข้างมาก มีนาย Necmettin Erbakan เป็นนายก ตอนนั้นกลัวกันมากว่าทหารจะปฏิวัติอีก เพราะพรรคนี้โน้มเอียงไปทางอิสลาม ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญเซคิวลาร์ และมีฐานเสียงจากเขตทุรกันดานจากภาคกลาง
ปรากฏว่านายกคนนี้บริหารประเทศรุ่งสุดๆ เงินเฟ้อลดลงอย่างมาก แกไปดึงเอาประเทศกำลังพัฒนาอย่างมาเลเซีย อิหร่าน ปากีฯ อินโดฯ ไนจีเรีย อียิปต์ มาตั้งเป็นกลุ่ม D-8 บทบาทโดดเด่นพอสมควรในเวทีนานาชาติ
แม้เศรษฐกิจจะรุ่ง แต่ทหารไม่ชอบขี้หน้าคนนี้เท่าไหร่ มองว่าจะมาแก้รัฐธรรมนูญเซคคิวลาร์ ขัดแย้งอย่างหนัก จนในที่สุด ปี 1997 ทหารก็เอารถถังออกมาจอดกลางเมืองหลวงเพื่อกดดันจนนายกต้องลาออก ฝ่ายตุลาการก็ออกมารับลูก ตัดสินคดียุบพรรค Welfare Party ข้อหาละเมิดรัฐธรรมนูญ ส่วนนายก Necmettin Erbakan ถูกแบน 5 ปี

ลูกพรรคที่เหลือรวมตัวตั้งพรรคใหม่ชื่อ Virtue Party ลงเลือกตั้ง ในปี 1999 พวกอำมาตยารวมหัวกันสกัดพรรคนี้สุดๆ จนพรรคประชาธิปัตย์ตูรกี Demokratik Sol Parti อันเป็นพรรคแมลงสาบของตูรกีชนะเลือกตั้ง (+22%) ส่วน Virtue Party ได้มาเพียง +15% ต้องเป็นฝ่ายค้าน พวกอำมาตยาก็ยังตามไปเล่นงาน จนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคนี้ในปี 2001 แถมมีการออกกฏหมายห้ามสตรีคลุมผ้าในมหาวิทยาลัยเพราะขัดรัฐธรรมนูญเซคคิวลาร์ พวกที่แตกสลายจาก Virtue Party ก็ไปตั้งพรรคใหม่ชื่อ Justice and Development Party
