ขึ้นชื่อว่า ภัยธรรมชาติ แล้ว ภัยจาก น้ำ คงเป็นเรื่องน่ากลัวอันดับต้นๆ สำหรับคนชุมชนเมืองอย่างเราๆ ที่ชีวิตประจำวันและแทบจะทุกๆ วันนั้นต้องมีการคมนาคมทางบกเป็นหลัก
ไม่นับรวมถึงความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือน สถานที่ ชุมชน หรือแม้แต่วัสดุสิ่งของ-ข้าวของทั้งหลาย ซึ่งมีมูลค่ามหาศาลที่จะต้องได้รับผลกระทบจาก มหันตภัยน้ำ ดังที่เคยเกิดขึ้นแล้วหลายครั้งคราในประวัติศาสตร์
ถึงแม้ว่าตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา มหันตภัยน้ำ จะได้รับการเฝ้าระวังดูแลและจัดการอย่างดีจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ยังผลให้กรุงเทพมหานครหรือกทม.เมืองหลวงของเรารอดพ้นวิกฤตการณ์ดังกล่าวมาได้หลายครั้งก็ตาม (ในขณะที่จังหวัดอื่นๆ ไม่ค่อยรอด)
เราก็ไม่ควรหลงลืมว่าทุกวันนี้โลกได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ภัยจากธรรมชาติเองก็เปลี่ยนแปลงไปตาม ทั้งทวีความรุนแรงขึ้นและมีรูปแบบของภัยแปลกๆ ใหม่ๆ ที่ต้องระมัดระวังกันมากยิ่งขึ้นด้วย
ดังเช่นกรณีของ Storm Surge หรือ คลื่นพายุซัดฝั่ง-คลื่นพายุหมุน ที่ล่าสุดได้ถูกบรรจุไว้ในการสัมมนาวิชาการของสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ เมื่อวันอังคารที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา เนื่องในวันรำลึกถึงดร.สุรพล สุดารา นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล บุคคลสำคัญผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการจัดการทรัพยากรทางทะเลของประเทศไทย
งานนี้ได้มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการ ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับภัยดังกล่าว ส่งผ่านไปยังสังคม-ประชาชน
##############################################
นาวาเอกกตัญญู ศรีตังนันท์ ผู้บังคับหมวดเรืออุทกศาสตร์ กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ อธิบายถึงรายละเอียดของ Storm Surge ให้เข้าใจง่ายๆ ว่า คือคลื่นที่เกิดจากพายุกำลังแรงที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่ง ซึ่งในขณะที่เคลื่อนตัวนั้น ก็จะดันผิวหน้าของน้ำ(ทะเล) ให้ยกตัวสูงขึ้น
ซึ่งลักษณะและความรุนแรงของคลื่นดังกล่าวนั้นก็ไม่แตกต่างอะไรกันกับคลื่นยักษ์สึนามิ! และอาจรุนแรงกว่าด้วยความที่มีฝนตกฟ้าคะนองสำทับอีกชั้นหนึ่ง แต่ที่น่าอุ่นใจกว่าก็คือการที่ Storm Surge นั้นสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ตั้งแต่การเกิดเค้าของพายุ
ทั้งนี้ทั้งนั้น น.อ.กตัญญู ยังเปิดเผยด้วยว่า ในรอบ 50 ปีประเทศไทยเคยได้รับบทเรียนจาก Storm Surge มาแล้วหลายครั้งไม่ใช่ไม่เคยเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับพายุหมุนเขตร้อนและพายุไต้ฝุ่น คร่าชีวิตคนไทยไปแล้วกว่าหมื่นคน และทำลายทรัพย์สินไปมหาศาลประเมินค่าไม่ได้
อาทิ เมื่อปีพ.ศ.2505 กับพายุแฮเรียด, พ.ศ.2532 ไต้ฝุ่นเกย์ และพ.ศ.2540 กับไต้ฝุ่นลินดา และล่าสุดกับไต้ฝุ่นนาร์กีสซึ่งพัดถล่มประเทศเพื่อนบ้านมีผู้คนสูญหายและเสียชีวิตนับแสนคน
จากสถิติพบว่ามีเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่เสียชีวิตจากการเป็นเหยื่อของลมพายุ แต่อีกกว่าร้อยละ 90 ที่สูญหายและเสียชีวิตนั้น เป็นผลจากสตอร์มเซิร์จ ที่มาในรูปแบบของคลื่นที่โถมเข้าสู่ฝั่งอย่างรุนแรง พร้อมระดับน้ำที่ท่วมขึ้นสูงไม่ต่ำกว่า 3 ถึง 5 เมตรเป็นวงกว้างทะลุทะลวงบ้านเรือนและชุมชน น.อ.กตัญญูกล่าว
น.อ.กตัญญูระบุอีกว่า แม้ที่ผ่านมาในรอบ 50 ปี เส้นทางของพายุในฤดูมรสุมส่วนมากจะค่อนไปทางตอนใต้ของประเทศ (ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ลงไป) ส่วนตอนบนของประเทศยังไม่เคยเกิด แต่จากสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของโลกในทางที่แย่ลงทั้งจากสภาวะโลกร้อนและปัจจัยอื่นๆ การเปลี่ยนเส้นทางของพายุจึงมีโอกาสเกิดขึ้นได้
ดังนั้น ขณะนี้การเตรียมการป้องกันและรับมือปัญหาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แม้จะไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าจะเกิด แต่หากไม่มีการเตรียมการเมื่อถึงเวลาก็คงไม่รู้ว่าจะทำกันอย่างไรและอาจต้องสังเวยชีวิตผู้คนตลอดจนทรัพย์สินอีกเป็นจำนวนมากก็เป็นได้
สำหรับกทม.ที่มีระดับความสูงเหนือน้ำทะเล 1 เมตรนั้นถือว่ายังต่ำอยู่พอสมควร แม้จะได้มีการก่อสร้างพนังกั้นน้ำที่สูง 2.2-2.5 เมตรจากระดับน้ำทะเลแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีโอกาสที่น้ำจะทะลักเข้ามาได้ ด้วยความที่มวลและความเร็วของน้ำจากพายุนั้นมีมหาศาล
ในส่วนของระบบที่กทม.วางไว้ถือว่าดีแล้วทั้งเรื่องการระบายน้ำและการอพยพ แต่ที่อาจมองข้ามไปคือเรื่องของความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำว่าแข็งแรงพอหรือไม่
อย่างไรก็ดี น.อ.กตัญญูได้ขอออกตัวว่า ที่มาบอกเล่าให้ฟังในครั้งนี้ประชาชนไม่ควรตกอกตกใจจนเกินไปนัก เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งการเกิดพายุและ Storm Surge มีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลเฝ้าระวังอยู่ ซึ่งจะสามารถแจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้าได้หลายวัน อีกทั้งประกาศเตือนในจุดเสี่ยงภัยเป็นจุดๆ ได้ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจคลายความกังวล
############################################
ขณะที่ รศ.ดร.บรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า ภัยจากน้ำชนิดนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องใช้สติปัญญาและความรอบคอบในการวางแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องเหมาะสม โดยเฉพาะสำหรับกทม.ที่เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำ เหตุการณ์น้ำท่วมจึงเกิดขึ้นง่ายและต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ กทม.ได้เฝ้าระวังและพัฒนาระบบการป้องกันน้ำท่วม ตลอดจนระบบระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง อาทิ ประตูกั้นน้ำ เขื่อนแก้มลิง การขุดคลองลัดโพธิ์ (ดำเนินการร่วมกับกรมชลประทาน) หรือแม้แต่โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำที่กำลังเป็นข่าวฉาวขณะนี้ รวมถึงการศึกษาเพื่อหาแนวทางป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งร่วมกับองค์กรและสถาบันต่างๆ การจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการเร่งด่วน BEST 1555 เคลื่อนที่เร็วคอยให้ความช่วยเหลือประชาชน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม รองผู้ว่าฯ ว่า สำหรับประเด็นเรื่อง Storm Surge คงไม่เกินความสามารถในการรับมือ หากได้ระดมสร้างความรู้ความเข้าใจต่อประชาชนใน 4 ด้านหลักๆ ได้แก่ 1.ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยและรู้จัก Storm Surge ว่าคืออะไร 2.มีการกำหนดพื้นที่เสี่ยงภัยว่าในแต่ละพื้นที่มีความเสี่ยงควรอยู่อาศัยหรือไม่ 3.การเตือนภัยเพื่อป้องกันและรับมือสถานการณ์ในระดับต่างๆ และ 4.การจัดการรับมืออย่างครบถ้วน
###############################################
ด้านรศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล อาจารย์ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ได้สรุปความเสียหายจากพิบัติภัย (ธรรมชาติ) ทางทะเลของประเทศไทยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาว่า มาจาก 2 สาเหตุหลักคือ ภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิ และ Storm Surge
ดร.ธนวัฒน์ระบุว่า แม้ว่าการเกิดพายุจะสามารถทำนายล่วงหน้าได้ แต่จากอุณหภูมิของน้ำที่สูงขึ้นทั่วโลกอันเป็นตัวแปรที่ทำให้พายุทวีจำนวนและความรุนแรงขึ้น เช่น ที่หมู่เกาะฟิลิปปินส์ที่เพิ่มจากเดิมเฉลี่ย 2.8 ลูกต่อปี เป็น 4.8 ลูกต่อปี และอ่าวไทยจาก 4-5 ลูกต่อปี เป็น 1-2 ลูกต่อปี เป็นต้น
ทั้งนี้ ยังได้เสนอมาตรการ ลดพิบัติภัย 3 ประการให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1.ทำโครงสร้างป้องกันในทะเล 2.สร้างกำแพงป้องกันในเขตเมือง (ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่น) และ 3.สร้างที่หลบภัย-หอหลบภัยจากพายุ (เช่นประเทศบังกลาเทศ)ไม่ใช่มีแต่การเตือนภัยเพียงอย่างเดียว รวมถึงการออกมาทำนายสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนทั้งๆ ที่ไม่มีข้อมูลวิชาการมาอ้างอิง
ต้องคิดว่าเมื่อเตือนภัยเก่งแล้วจะเคลื่อนย้ายคนไปอยู่ที่ไหนอย่างไร โดยเฉพาะกับพื้นที่กทม.ซึ่งมีคนอาศัยอยู่เป็นล้านๆ คน เราจะวางระบบอพยพประชาชนอย่างไรหลังมีการเตือนภัย แค่นี้ที่ได้มั้ย และที่ผ่านมาได้ซ้อมกันบ้างหรือไม่ ก็เป็นสิ่งที่ต้องมาช่วยกันขบคิดหารือกันแสวงหาทางออก
ที่ทำอยู่บางทีก็สร้างความเดือดร้อนให้ที่อื่นในลักษณะเห็นแก่ตัวคือปิดล้อมแต่ตัวเอง ดังนั้น ต้องมาดูกันใหม่ทั้งระบบ และต้องทำความเข้าใจว่าเราไม่อาจเอาชนะธรรมชาติได้ ดร.ธนวัฒน์ให้แง่คิดทิ้งท้าย
รายงานพิเศษ / Storm Surge คลื่นพายุ มหันตภัยที่คนกรุงต้องรู้จัก
ข่าววันที่ 27 กรกฎาคม 2551 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ
ปิยะบุตร อนุกูล :เรื่อง-ภาพ