Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
May 24, 2012, 12:36:24 AM
 
Alternative Banner: Flash player 8 + JavaScript support are required
 
 
HuSoNU  |  ห้องใหญ่ศิษย์เก่า HuSoNu.com  |  ห้องสมุด HuSoNu (Moderator: ปลองทา30)  |  Topic: CERN (European Council for Nuclear Research)
Pages: [1] 2   Go Down
Print
Author Topic: CERN (European Council for Nuclear Research)  (Read 2102 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« on: September 11, 2008, 04:37:38 AM »

เซิร์น (CERN) หรือ The Organisation européenne pour la recherche nucléaire (อังกฤษ: European Organization for Nuclear Research) เป็นองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในทวีปยุโรปเพื่อวิจัยและพัฒนาทางด้านนิวเคลียร์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2497 โดยมีประเทศสมาชิกก่อตั้ง 12 ประเทศ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์

ปัจจุบัน เซิร์น มีประเทศสมาชิก 20 ประเทศ ประกอบด้วย ออสเตรีย เบลเยียม บัลแกเรีย สาธารณรัฐเชก เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส สโลวาเกีย สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร และมีประเทศผู้สังเกตการณ์ ประกอบด้วย อินเดีย อิสราเอล ญี่ปุ่น รัสเซีย สหรัฐ ตุรกี คณะกรรมาธิการยุโรป และองค์การยูเนสโก

เมื่อแรกก่อตั้ง เซิร์น มีชื่อว่า Conseil Européen pour la Recherche Nucléaire (European Council for Nuclear Research) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อย่อ CERN

สำนักงานใหญ่ของเซิร์น ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเจนีวา ใกล้กับชายแดนฝรั่งเศส-สวิตเซอร์แลนด์ เป็นที่ตั้งของห้องปฏิบัติการนิวเคลียร์ฟิสิกส์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ 3000 คน

ปัจจุบัน เซิร์นกำลังติดตั้งเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ (Large Hadron Collider - LHC) ภายในอุโมงค์ใต้ดินรูปวงแหวนขนาดเส้นรอบวง 27 กิโลเมตร มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ใต้ดินของประเทศฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก การติดตั้งจะแล้วเสร็จและเริ่มการทดลองภายในเดือนกันยายน พ.ศ. 2551
 
เว็บเซิร์ฟเวอร์เครื่องแรกของโลกนักวิจัยของเซิร์น เป็นผู้พัฒนาเวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web, WWW) ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2532 โดยเว็บเพจแรกของโลก ดึงข้อมูลมาจากเว็บเซิร์ฟเวอร์ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของเซิร์น เมื่อ พ.ศ. 2534


โลโกของ เซิร์น (CERN) หรือ The Organisation européenne pour la recherche nucléaire (อังกฤษ: European Organization for Nuclear Research)


An aerial view of the main site of CERN, at the border between Switzerland and France near Geneva, looking towards the Jura mountains in France


เว็บเซิร์ฟเวอร์เครื่องแรกของโลก

Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #1 on: September 11, 2008, 04:51:46 AM »

cern เตรียมยิงลำอนุภาค LHC
การทดสอบระบบการยิงแสง Large Hadron Collider ประสบความสำเร็จ 

CERN ประกาศความสำเร็จในการทดสอบระบบการยิงลำอนุภาคของ Large Hadron Collider ครั้งที่ 2 และเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งการทดสอบนี้ทำให้ปฏิบัติการ LHC จะเริ่มยิงลำอนุภาคเข้าสู่ LHC



เส้นทางเดินของอนุภาคใน LHCb vertex detector (VELO) และ เกิดจาก calorimeter ของการทดลองในระหว่างการทดสอบการยิงลำอนุภาคพร้อมกัน

เมื่อวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2008 กลุ่มของอนุภาคจำนวนเล็กน้อยได้ถูกส่งจาก เครื่องเร่ง Super Proton Synchrotron (SPS) ไปยัง LHC หลังจากการปรับแต่งให้เกิดความเหมาะสม กลุ่มของอนุภาคส่วนหนึ่งได้ถูกดีดจากสายส่งไปยังท่อนำอนุภาคของ LHC และวิ่งวนทวนเข็มนาฬิกาในระยะทาง 3 กิโลเมตรรอบ LHC

        การทดสอบวิ่งทวนเข็มและวิ่งตามเข็มเกิดขึ้นอย่างไม่มีอุปสรรค นักวิจัยมองหาความสำเร็จขั้นต่อไป เมื่อได้พยายามส่งลำอนุภาคไปทั่วทางของ LHC เป็นครั้งแรก

       การทดสอบการวิ่งทวนเข็มและตามเข็มนาฬิกาของอนุภาคเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อมของ LHC ซึ่งจะเริ่มมีการเร่งและการชนของลำอนุภาค 2 ลำอนุภาคที่มีพลังงาน 5 TeV ต่อลำอนุภาค เหตุการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนนี้จะเริ่มขึ้นในปลายปีนี้

หมายกำหนดการณ์ของ LHC
10 กันยายน ความพยายามครั้งแรกในการปล่อยลำอนุภาควิ่งรอบ LHC โดยให้พลังงาน 0.45 TeV ซึ่งสามารถรับชมได้ที่ http://webcast.cern.ch/ และสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ http://www.cern.ch/lhc-first-beam

          3 ตุลาคม CERN จะเป็นเจ้าภาพในงาน LHC Grid Fest เป็นการฉลองศูนย์คอมพิวเตอร์กริดของ LHC ซึ่ง คอมพิวเตอร์กริดนานาชาติที่ถูกออกแบบมาให้จัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ LHC ที่มีปริมาณ 15 ล้าน กิกะไบต์ในทุก ๆ ปี ในวันนั้นจะมีการนำเสนอ แสดงการทดสอบ และพาชมศูนย์คอมพิวเตอร์ของ CERN ดูรายละเอียดได้ใน http://www.cern.ch/lcg/lhcgridfest

          21 ตุลาคม CERN จะประกาศ พิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ LHC และนำเสนอทีมงานของ CERN และผู้สังเกตการณ์จากที่ต่าง ๆ



Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #2 on: September 11, 2008, 04:56:34 AM »

CERN ประกาศวันเดินเครื่อง LHC แล้ว
Sat, 09/08/2008 - 17:17 — molecularck

CERN ได้ประกาศเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมาว่าจะเดินเครื่องเร่งอนุภาค Large Hadron Collider (LHC) ในวันที่ 10 กันยายนนี้ ข่าวนี้มาพร้อมกับระยะทำเครื่องให้เย็นหลังจาก CERN ได้ประสบความสำเร็จในการข้อสรุปในการเดินเครื่องเร่งอนุภาคตัวใหม่ สถานีโทรทัศน์ได้ทำรายงานครอบคลุมตั้งแต่เการเริ่มเดินเครื่องผ่านทางสถานี Eurovision LHC เป็นเครื่องเร่งอนุภาคที่มีกำลังมากสุดในโลก สร้างลำแสงอิเล็กตรอนที่มีพลังงานมากกว่า 7 เท่าของเครื่องเก่า และมีความเข้มมากกว่า 30 เท่าเมื่อไปถึงประสิทธิภาพที่คาดหวังไว้ในปี 2010 อุโมงค์ขนาด 27 กิโลเมตรที่เป็นท่อลำแสง LHC อิงเทคโนโลยีที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว เครื่อง LHC ในปัจจุบันจึงเปรียบเสมือนเครื่องต้นแบบในตัวมันเอง



สิ้นเดือนกรกฎาคม งานทั้งหมดใกล้จะเสร็จสมบรูณ์แล้ว กับเครื่องยิงอนุภาค 8 ส่วนที่มีอุณหภูมิในการทำงานอยู่ที่ 1.9 องศาเหนือจุดเยือกแข็งสมบูรณ์ (-271°C) ระยะต่อไปขอการทำงานคือการทำเชื่อมต่อ LHC กับเครื่องเร่ง Super Proton Synchrotron (SPS) ที่จะมารวมเป็นส่วนเชื่อมต่อสุดท้ายของห่วงโซ่การยิงของ LHC เวลาระหว่างเครื่องทั้ง 2 ต้องมีความแม่นยำในระดับส่วนเสี้ยวของนาโนวินาที การทดสอบการเชื่อมต่อจะเริ่มในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ และการยิงลำแสงอิเล็กตรอนที่สองแบบหมุนตามเข็มนาฬิกาจะเริ่มในสัปดาห์ถัดไป การทดสอบจะทำเรื่อยจนถึง 9 กันยายน เพื่อแน่ใจว่าเครื่องพร้อมที่จะเร่งและทำให้เกิดการชนของแสงอิเล็กตรอนที่ยิงไปที่มีระดับพลังงาน 5 TeV ต่อลำแสง ซึ่งเป็นพลังงานเป้าหมายในปี 2008 นี้ และลำแสงที่จะวิ่งวนภายใน LHc อย่างเป็นทางการนี้คือวันที่ 10 กันยายน ซึ่งจะใช้พลังงาน 450 GeV (0.45 TeV)

เมื่อการโคจรของลำแสงอิเล็กตรอนสเถียรแล้ว นักวจัยก็จะนำเข้าสู่ระยะการชนและสุดท้ายก็จะเร่งระบบ LHC ให้เร่งพลังงานไปถึง 5 TeV



Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #3 on: September 11, 2008, 05:16:33 AM »

ในวันที่ 10 กันยายนนี้ องค์กรวิจัยนิวเคลียร์ (European Organization for Nuclear Research) แห่งยุโรป หรือ CERN จะเดินเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ Large Haldron Collider (LHC) เพื่อค้นหาคำตอบว่า จักรวาลเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ซึ่งการทดลองนี้เปรียบเหมือนกับการทดลองสร้างจักรวาลในหลอดแก้ว

การทดลองเดินเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซี นับเป็นการทดลองครั้งใหญ่ที่สุด ใช้งบประมาณมากที่สุดของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เพราะเป็นการทดลองเพื่อไขความลับของเอกภพ ใช้นักฟิสิกส์กว่า 2,000 คน จาก 30 กว่าประเทศ และใช้เงินกว่า 4,000 ล้านปอนด์ หรือ 260,000 ล้านบาท สร้างอุโมงค์ขนาดยักษ์ขดเป็นวงกลมยาว 18 ไมล์ ลึก 300 ฟุต ที่พรมแดนประเทศสวิตเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส แถบนครเจนีวา

การไขความลับเอกภพนี้ ยังเป็นการพิสูจน์ ทฤษฎีอนุภาคพระเจ้า หรือ "God Particle" หรือ "Higgs Boson" ของ ศ.ปีเตอร์ ฮิกส์ นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยเอดินเบอร์กระบุว่า อนุภาคนี้มีอยู่จริง



แม้ แอลเอชซี จะได้ชื่อว่า เป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่งที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างมา แต่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่นำโดย นายออตโต รอสเลอร์ นักเคมีชาวเยอรมัน กลับเห็นว่า มันมีโอกาสสร้างหลุมดำ ที่จะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไป ส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ไปยังอวกาศและเวลา

กลุ่มของ รอสเลอร์ ยื่นคำร้องต่อที่ประชุมด้านสิทธิมนุษยชนยุโรป เพื่อขอระงับการทดลอง โดยให้เหตุผลว่า "เป็นการละเมิดต่อสิทธิ์การดำรงชีวิตและละเมิดสิทธิ์ในการมีครอบ ครัว" เนื่องจากหวั่นว่า เมื่อเดินเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่แล้ว จุดจบของโลกจะมาถึง ซึ่งภาพจินตนา การฝันร้ายที่สุดของมนุษย์ มี 2 แบบ

แบบแรก มีการเตือนภัยถึงหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้น อาจเป็นช่วงเวลา 1 เดือน โลกจะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงอย่างคาดไม่ถึง ไม่มีเหตุผลใดๆ ประกอบ เพราะแผ่นดินไหวไม่ได้เกิดขึ้นจากรอยเลื่อนอีกแล้ว แต่จู่ๆ มันก็ไหว และไหวในทุกๆ พื้นที่ แม้ไม่ได้ตั้งอยู่ในแนวรอยเลื่อน

แรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารบ้านเรือนจะถล่มราบเป็นหน้ากลอง น้ำทะเลเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว เกิดมหันตภัยสึนามิขนาดยักษ์ พัดถล่มพื้นที่ตามชายฝั่งทะเล ฆ่าผู้คนนับล้าน จากนั้นจุดจบของโลกที่แท้จริงจึงมาถึง

โลกเริ่มมีรอยแยกขนาดใหญ่ ลาวาร้อนจัดใต้พื้นปฐพีไหลขึ้นมานองเต็มพื้นดิน มหาสมุทร จนท้องทะเลเดือดพล่าน เกิดเฮอริเคนขนาดยักษ์หลายลูกกระหน่ำโลก สิ่งก่อสร้างทุกชนิดพังทลาย ต้นไม้หักโค่น ภูเขาสูงถล่มลงมา เพราะแผ่นเปลือกโลกแตก

ทุกอย่างบนโลก ไม่ว่าจะเป็นหินนับล้านๆ ตัน น้ำ อากาศ ชีวิตทุกชีวิต ถูกดูดเข้าไปในแรงดูดที่มองไม่เห็นแต่มีพละกำลังมหาศาล ถ้ามองลงมาจากอวกาศเบื้องบนจะเห็นว่า โลกสีฟ้าขาวไหลลงไปในหลุมดำด้วยความเร็วเพียงพริบตาเดียว

จินตนาการ แบบที่ 2 คือ ไม่มีเวลาสำหรับการเตือนภัยใดๆ และเป็นหายนะที่รุนแรงกว่าแบบแรก โดยภายในเวลา 1 ใน 20 ของวินาที โลกทั้งใบจะหายไปจากจักรวาล จากนั้นอีกไม่ถึง 2 วินาที ดวงจันทร์จะหายไปด้วย 8 นาทีต่อมา ดวงอาทิตย์จะแตกเป็นเสี่ยง ตามด้วยดวงดาวทั้งหมดในระบบสุริยจักรวาล

การทำลายล้างขยายวงจากโลกของเราไปด้วยความเร็วแสง ทำให้มนุษย์ต่างดาวที่อยู่ในจักรวาลอื่นตายไปด้วย และไม่มีเทคโนโลยีใดๆ ที่จะหยุดยั้งหายนะนี้

อย่างไรก็ตาม เซิร์น โต้ว่า ไม่มีทางที่หายนะจะเกิดขึ้นกับโลก เพราะเห็นว่า เมื่อการเดินเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซี เป็นการเร่งให้อนุภาคชนกันก็จริง แต่การชนกันของอนุภาคโปรตอน ชนกันที่ระดับใกล้ความเร็วแสงนี้ มีพลังน้อยกว่าอนุภาคที่ชนกันในธรรมชาติเป็นอย่างมาก

เซิร์น เห็นว่า ถ้าการชนกันของอนุภาคทำให้โลกหายนะแล้ว การชนกันของอนุภาคในธรรมชาติของโลก ที่เกิดขึ้นยาวนานกว่าหมื่นล้านปี นับตั้งแต่เกิดบิ๊กแบงก์เมื่อ 13,700 ล้านปีก่อน ก็จะทำให้โลกวินาศไปนานแล้ว นอกจากนี้ รังสีคอสมิกที่มาจากนอกโลก อันเกิดจากการชนกันของอนุภาค จนเกิดพลังงานที่สูงกว่าเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีมาก ถึงอย่างนั้นก็ไม่ทำให้เกิดผลร้ายแก่โลกแต่อย่างใด

ส่วนข้อวิตกที่ว่า จะเกิดหลุมดำกลืนกินโลก ก็ชี้แจงว่า หลุมดำขนาดเล็กที่เกิดจากการชนกันของอนุภาคจะหายไปในเวลาอันสั้น เพราะหลุมดำที่ว่านี้เกิดขึ้นจากการชนกันของ ควาร์ก และ กลูออน ซึ่งอยู่ในอนุภาคโปรตรอน ดังนั้น จึงสลายไปอยู่ในรูปของอนุภาคที่สร้างหลุมดำนั้นขึ้นมาได้ ช่วงอายุของหลุมดำเล็กจึงสั้นมากๆ
Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #4 on: September 11, 2008, 05:34:33 AM »

โครงการทดลองเครื่องเร่งความเร็วอนุภาคโดยศูนย์วิจัย "เซิร์น" - CERN (European Organization for Nuclear Research) สวิตเซอร์แลนด์ จะช่วยไขความลับธรรมชาติ


จุดที่ทำการทดลอง ลึกลงไป100 เมตร (325 ฟุต) ใน Geneva ส่วนที่ติดชายแดนฝรั่งเศส


ภาพทางอากาศที่ตั้งของ "เซิร์น" CERN เส้นวงกลมสีขาวคือตำแหน่งของอุโมงค์ยาว 27 กม. ส่วนจุดประ คือชายแดนระหว่างตอนเหนือ
ของฝรั่งเศสและตอนใต้ของสวิส

และยืนยันทฤษฎีการเคลื่อนที่ของพลังงานที่มีความเร็วระดับแสงเหมือนช่วงเกิดจักรวาล  แต่ไม่เชื่อว่า หากผิดพลาดจะทำให้เกิดหลุมดำกลืนกินโลกตามที่มีนักวิทยาศาสตร์บางรายแสดงความกังวล

เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในวงการนักวิชาการด้านฟิสิกส์และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก  กรณีองค์การศึกษาวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป "เซิร์น"
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์กำลังเดินหน้าโครงการทดลองเทคโนโลยีใหม่  โดยใช้เครื่องเร่งความเร็วอนุภาค (Large  Hadron Collider :  LHC) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก 




มีลักษณะเป็นท่อใต้ดินเป็นวงกลมยาว 27 กิโลเมตร เพื่อเร่งให้อนุภาคโปรตอนชนกันและเกิดความเร็วไปแตะระดับความเร็วแสง

นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ถึงข้อดีและข้อเสียกันว่า  หากทำสำเร็จจะทำให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ที่มนุษยชาติไม่เคยมีใครทำได้  และจะช่วยไขปริศนาจักรวาล  รวมถึงสมมาตรของธรรมชาติด้วย อีกทั้งจะเป็นผลแห่งความรู้ใหม่อันมหาศาลทางวิทยาศาสตร์ของมนุษย์โลก



Large Hadron Collider (LHC) อุปกรณ์ superconducting solenoid magnet (CMS) ใหญ่ที่สุดในโลก  ที่ CERN

อย่างไรก็ตาม  ยังมีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่แสดงความกังวลในเรื่องความปลอดภัยของเครื่องเร่งความเร็วอนุภาค หรือแอลเอชซี  ว่าหากเกิดความผิดพลาดอาจจะก่อให้เกิด "แบล็กโฮล" หรือหลุมดำขนาดเล็กขึ้นมาทำลายล้างโลก อาจจะดูดทวีปยุโรปให้หายไปจากแผนที่โลก  แม่เหล็กของโลกเหลือเพียงขั้วเดียว ผู้คนจะล้มตายค่อนโลกก็เป็นไปได้

"นักฟิสิกส์มีความเชื่อรากฐานว่า  ตัวทฤษฎีต้องมีการค้นคว้าทดลอง
เพื่อไขความลับของจักรวาล โดยพยายามสร้างทฤษฎีใหม่ๆบนพื้นฐานที่สมเหตุสมผล หรือตั้งอยู่บนรากฐานทฤษฎีเก่าที่มีหลากหลายแนวคิด  ดังนั้น จำเป็นที่จะต้องมีการทดลองเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อยืนยัน
หรือตรวจสอบทฤษฎีว่าเป็นจริงหรือไม่  และเปิดความรู้ให้แก่มนุษย์"
นักจักรวาลวิทยากล่าว และว่าเมื่อทฤษฎีนิวตันเกิดขึ้นแล้วก็ยังจะต้องมีการค้นคว้าทดลอง จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการสร้างสะพาน ตึก และรถยนต์ เป็นต้น.
Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #5 on: September 11, 2008, 05:50:43 AM »

วันนี้ (10 กันยายน) นับเป็นอีกวันที่วงการวิทยาศาสตร์โลกต้องจดจำ!!

กับคำถามมากมายที่ติดใจผู้คนมาแสนนานว่า
เอกภพหรือจักรวาลเกิดจากอะไร? ประกอบขึ้นด้วยอะไรบ้าง?

ทฤษฎี "บิ๊กแบง" (Big Bang) หรือ "การระเบิดครั้งใหญ่"
เมื่อ 1.37 หมื่นล้านปีก่อน ที่ได้รับการเชื่อถือมากที่สุดว่า
เป็นต้นตอของการเกิดจักรวาล ก็ยังมีช่องโหว่
เรื่องสสาร (Matter) และ ปฏิสสาร (Antimatter)
ที่ก่อให้เกิดการระเบิด คือโดยธรรมชาติแล้ว ทั้ง 2 มีมวลเท่ากัน

แต่ประจุตรงกันข้ามกัน เมื่อเกิดปฏิกิริยาแล้วก็จะหักล้างกันเองอย่างสมบูรณ์
ไม่น่าจะมี จักรวาล กาแล็กซี่ ดวงดาว โลก หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นได้

บางครั้ง การเปิดเดิน เครื่องเร่งอนุภาคแบบหมุน (Large Hadron Collider)
หรือ "LHC" ของ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในทวีปยุโรป
เพื่อวิจัยและพัฒนาทางด้านนิวเคลียร์ (European Center for Nuclear Research)
หรือ "เซิร์น" (CERN) อาจให้คำตอบ

เพราะตามที่ ปีเตอร์ ฮิกก์ส (Peter Higgs) นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษ
ได้เสนอทฤษฎีเกี่ยวกับอนุภาค "ฮิกก์ส"
โดยพยายามอธิบายเรื่องอนุภาคพื้นฐานและแรงพื้นฐานในธรรมชาติ (ที่ก่อให้เกิดการระเบิด)
ซึ่งบางอนุภาคมีมวล และบางอนุภาคที่ไม่มีมวล และการทดลอง "เซิร์น" ครั้งนี้
อาจทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้คำตอบ

ลองจิตนาการว่า มีการลอบวางระเบิดในตู้โทรศัพท์แห่งหนึ่ง

การทดลองของ "เซิร์น" ครั้งนี้ คือการเก็บรวบรวมหลักฐานในการระเบิด
จากชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อดูว่า ระเบิดลูกนั้นคือ ระเบิดชนิดใด
ประกอบขึ้นด้วยอะไรบ้าง และในการทดลองตามทฤษฎีแล้ว
ต้องพบอนุภาคที่เราเรียกขึ้นลอยๆ ว่า "ฮิกก์ส" ด้วย

จึงอาจกล่าวได้ว่า การทดลองครั้งนี้ เป็นไปเพื่อพิสูจน์ทฤษฎี
ของนักฟิสิกส์ชาวอังกฤษผู้นี้นั่นเอง

"ทฤษฎีมีอยู่แล้ว แต่ยังขาดการทดลองสนับสนุน"

ทุกคนต่างลุ้นระทึก ว่าหลังการชนนี่แหละจะเกิดอะไรขึ้น

"ด้วยความเร็วระดับนี้ พลังงานสูงระดับนี้ ตามทฤษฎีควอนตัมแล้ว
การชนกันของอนุภาคโปรตอนสองลำนี้จะทำให้เราพบอะไรบางอย่างหลังการชน
เพราะถ้าไม่เป็นไปตามนั้น แสดงว่ามีความผิดพลาดในทฤษฎีควอนตัม
นักวิทยาศาสตร์ต้องกลับไปขบคิดกันใหม่


(ซ้าย) ภายในเครื่องเร่งอนุภาค "แอลเอชซี" เป็นขดลวดเพื่อสร้างสนามแม่เหล็กขนาดยักษ์ให้โปรตอน 2 ตัววิ่งชนกันด้วยความเร็วเกือบเท่าความเร็วแสง
(ขวา) สถานี ALICE ทำหน้าที่ตรวจวัดสถานะที่เกิดขึ้นหลังบิ๊กแบง

"แต่ตามทฤษฎีแล้วหลังจากการชน น่าจะทำให้นักวิทยาศาสตร์พบอะไรบางอย่าง"

และหากสิ่งนั้นคือ สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เคยค้นพบมาก่อน (อนุภาคฮิกก์ส)

ก็เท่ากับว่า เราได้ค้นพบแล้ว ซึ่งต้นกำเนิดแห่งมวลในจักรวาล สิ่งที่ทำให้เราเป็นเราทุกวันนี้

แต่สิ่งที่ผู้คนกังวล จากการทดลองครั้งประวัติศาสตร์ของ "เซิร์น" ครั้งนี้
คือ การเดินเครื่องเร่งอนุภาค ให้เกิดการชนกันของลำอนุภาคโปรตอน 2 ตัว
นอกจากจะทำให้ค้นพบอนุภาคฮิกก์สนี้แล้ว จะก่อให้เกิดสิ่งอื่นหรือใหม่
เป็นต้นว่า "หลุมดำ" ที่จะกลืนโลกทั้งโลก!!


หลุมดำในอวกาศ

เราเรียกอนุภาคที่ประกอบด้วยควาร์กว่าเป็น "อนุภาคประเภท Hadron"
อนุภาคที่จะใช้ชนในเครื่อง LHC ทั้งหมดเป็น Hadron จึงเป็นที่มาของชื่อเครื่องนี้

ในขั้นแรกนี้จะใช้โปรตอนในการชน



"อนุภาคโปรตอนทั้งหมดในการทดลองแต่ละครั้ง
รวมกันได้ประมาณเท่าเม็ดทรายเม็ดเล็กๆ
แต่มีความเร็วสูงมากใกล้ความเร็วแสงและมีพลังงานเทียบเท่ารถไฟ 1 ขบวน
สภาวะพลังงานสูงของอนุภาคที่กำลังชนกันดังกล่าว
ใกล้เคียงกับสภาวะตอนกำเนิดจักรวาล หรือ Big Bang

สิ่งที่เราจะได้จากการทดลองนี้
คือการทดสอบทฤษฎีและการค้นหาหลักฐาน
เพื่อนำไปสู่ทฤษฎีใหม่ที่สมบูรณ์มากขึ้น


ภาพอุปกรณ์แม่เหล็กขนาดยักษ์ นน. 1920 ตันที่จะถูกนำลงไปใต้ดิน

นักฟิสิกส์คิดกันว่ากลไกที่ทำให้เกิดมวลคือ กลไกของฮิกก์ส (Higgs Mechanism)
แต่ที่ผ่านมาเราไม่สามารถทดสอบและยืนยันได้ เนื่องจากระดับพลังงานไม่สูงพอ

แต่วันนี้ LHC มีพลังงานที่น่าจะสูงพอสำหรับทดสอบกลไกของฮิกก์ส
และค้นหาอนุภาคที่ชื่อว่า Higgs Boson


อุปกรณ์แม่เหล็กที่ชื่อ  Compact Muon Solenoid (CMS) กำลังจะถูกนำลงไปใต้พื้นดินเพื่อบรรจุใน Large Hadron Collider (LHC) เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2008 ที่ผ่านมา

"ในทางทฤษฎีเราเชื่อกันว่ามีแม่เหล็กขั้วเดี่ยว แต่เราไม่เคยพบในธรรมชาติ
แม่เหล็กปกตินั้นจะมีสองขั้ว คือเหนือและใต้
หากนำมาหักเป็นสองท่อน แต่ละท่อนก็จะกลายเป็นแท่งแม่เหล็กเหนือใต้เหมือนเดิม
เพียงแต่ขนาดเล็กลง ไม่ได้กลายเป็นขั้วเหนือและใต้เดี่ยวๆ แยกจากกัน
ไม่ว่าจะหักเป็นท่อนเล็กๆ สักกี่ครั้งก็ตาม
ซึ่งต่างกับกรณีของประจุไฟฟ้าที่เราพบประจุบวกและลบแยกเป็นอิสระจากกันได้
นักฟิสิกส์หลายคนหวังว่า ในระดับพลังงานที่สูงมากๆ ของ LHC
เราอาจจะสร้างแม่เหล็กขั้วเดี่ยวได้ ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยคลี่คลายปริศนา"
Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #6 on: September 11, 2008, 05:56:31 AM »


ทฤษฎี "บิ๊กแบง" (Big Bang) หรือ "การระเบิดครั้งใหญ่" เมื่อ 1.37 หมื่นล้านปีก่อน ที่ได้รับการเชื่อถือมากที่สุดว่าเป็นต้นตอของการเกิดจักรวาล

การทดลองยิงอนุภาคโปรตอนให้มาชนด้วยระดับพลังงานที่ต่ำ
ในอุโมงค์ใต้ดินยาว 27 กิโลเมตรในสวิตเซอร์แลนด์
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบเครื่องเร่งอนุภาคขนาดยักษ์
เพื่อจำลองการเกิดปรากฏการณ์ "บิ๊กแบง" big-bang
สำหรับการไขปริศนาที่มาของการมีอยู่ของมวลสาร
และเดินหน้าทฤษฎีการก่อกำเนิดของเอกภพ

สำหรับการทดลองในระดับที่ใช้พลังงานมากกว่านี้(ครั้งต่อไป)
คาดว่าจะได้เร็วที่สุดในเดือนพฤศจิกายน
ส่วนอุโมงค์ดังกล่าวอยู่ลึกลงไปใต้ดินราว 100 เมตร
โดยตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบและเทือกเขายูรา ทางตะวันตกของกรุงเจนีวา
ใกล้กับพรมแดนด้านที่ติดกับฝรั่งเศส
โดยโครงการนี้ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 14 ปี
การทดลองในโครงการนี้ ถือเป็นการทดลองครั้งใหญ่ที่สุด
สำหรับวิทยาศาสตร์ฟิลิกส์การพลังงานระดับสูง

เครื่องเร่งอนุภาคมูลค่าหลายพันล้านดอลล่าร์
ที่มีชื่อว่า ลาจ เฮดรอน โคลิเดอร์ ( Large Hadron Collider )
จะทำการยิงอนุภาคโปรตอนเข้าใส่กันด้วยความเร็วสูงเกือบเท่าความเร็วแสง
ซึ่งผลการทดลองที่ได้ คาดว่าจะสร้างความตื่นตาตื่นใจ
ให้กับวงการวิทยาศาสตร์

โดยมีการประเมินกันว่าอนุภาคกึ่งอะตอม ที่ได้มาจากการชนกัน
สามารถจำลองสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงระยะ
1 ในพันล้านส่วนของวินาทีหลังการเกิดบิ๊กแบง

โดยนักวิทยาศาสตร์หวังว่าเรื่องนี้จะทำให้พวกเขาได้เข้าใจ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามมาอีก 1 หมื่น 4 พันล้านปี หลังปรากฏการณ์บิ๊กแบง

ภาพแสดงความเป็นมาแห่งจักรวาล



Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #7 on: September 11, 2008, 05:58:32 AM »


อนุภาคชนเลนส์ขณะบินผ่านเครื่องตรวจวัดซีเอ็มเอส (ภาพจาก CMS/Nature)

เผยภาพบันทึกอนุภาคแรก ในท่อทดลองจากเซิร์น

สถานีตรวจวัดอนุภาคซีเอ็มเอส (CMS : Compact Muon Solenoid) ได้โชว์ภาพแรกหลังจากยิงลำโปรตอนแรก สู่เครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีออกมา ซึ่งภาพดังกล่าวเป็นอนุภาคจำนวนหนึ่ง ที่กำลังบินทะลุเครื่องตรวจวัดอนุภาค
       
       อีกทั้งที่เห็นเหมือนเป็นการปะทะกันนั้น ไม่ใช่ลำแสงชนกันแต่อย่างใด แต่เป็นลำแสงที่พุ่งชนเลนส์ของกล้องขนาดเล็ก ที่บันทึกเหตุการณ์ภายในท่อทดลอง บริเวณซีเอ็มเอส
       
       ทว่าจิม ฟีร์ดี (Jim Virdee) โฆษกของซีเอ็มเอสบอกว่า ภาพที่บันทึกได้นี้ มีนอยซ์หรือจุดสีรบกวน มากกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย แต่ก็หวังว่า เมื่อเวลาที่โปรตอนชนกันจริงๆ ภาพน่าจะคมชัดกว่านี้
       
       ทั้งนี้ สถานีตรวจวัดอนุภาคในโครงการเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซี (Large Hadron Collider: LHC) ประกอบด้วยสถานี 4 แห่งด้วยกัน คือ 1.สถานีอลิซ (ALICE) วัดสถานะพลาสมาควาร์ก-กลูออน (quark-gluon plasma) 2.สถานีแอตลาส (ATLAS) ตรวจหาอนุภาคฮิกก์ส มิติพิเศษ (extra dimension) และอนุภาคที่อาจก่อตัวขึ้นเป็นสสารมืด (dark matter) 3.สถานีซีเอ็มเอส (CMS) เป็นเครื่องตรวจวัดอนุภาคที่มีเป้าหมายเดียวกับแอตลาส และ 4.สถานีแอลเอชซีบี (LHCb) มีหน้าที่พิเศษในการศึกษาอนุภาคที่เรียกว่า "บิวตี ควาร์ก" (beauty quark) เพื่อสังเกตความแตกต่างเพียงเล็กน้อยระหว่างสสารและปฏิสสาร.


Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #8 on: September 11, 2008, 06:01:51 AM »



ยิงอะตอมให้ชนกันในวันพุธนี้ ไม่ทำโลกหายนะ
นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า เครื่องเร่งอนุภาค ซึ่งจะยิงอะตอมให้ชนกันในวันพุธนี้ จะไม่ทำให้เกิดหลุมดำกลืนกินโลกอย่างแน่นอน
มีการร่ำลือวิตกวิจารณ์กันด้วยว่า เครื่องเร่งอนุภาคแฮดรอนขนาดใหญ่ หรือแอลเอชซี (LHC-Large Hadron Collider) จะทำให้เกิดอนุภาคประหลาด ซึ่งจะแปรสภาพโลกให้กลายเป็นมวลสารพิลึกกึกกืออะไรสักอย่าง
แอลเอชซีจะสร้างสภาพที่เลียนแบบการชนกันของอนุภาค ซึ่งเกิดขึ้นอยู่แล้วตามธรรมชาติเมื่อโลกเคลื่อนตัวผ่านรังสีคอสมิกพลังงานสูง
นัก วิทยาศาสตร์ยืนยันว่า ธรรมชาติได้ทำให้เกิดการชนกันของอะตอมแบบเดียวกับเครื่องแอลเอชซีประมาณ 1 แสนเครื่องอยู่แล้ว แต่โลกก็ยังอยู่ดี ไม่มีการบุบสลายแปรสภาพ
รายงาน การประเมินนี้เป็นของทีมนักฟิสิกส์ 5 คนที่ควบคุมเครื่องแอลเอชซี ขององค์การวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป หรือเซิร์น (CERN) ในกรุงเจนีวา
เซิร์น ได้ขอให้นักฟิสิกส์ชุดนี้ประเมินความปลอดภัยตามรายงานของนักวิทยาศาสตร์ของ เซิร์นเมื่อปี 2546 ซึ่งได้รับรองว่า โครงการนี้มีความปลอดภัย นำไปสู่การเปิดไฟเขียวให้ทำการทดลองได้
แอลเอชซี ซึ่งตั้งอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินยาว 27 กิโลเมตร บนพรมแดนฝรั่งเศสกับสวิตเซอร์แลนด์ จะเริ่มปล่อยอนุภาคโปรตอนในวันพุธนี้ เพิ่งเริ่มกระบวนการทดลอง
ลำอนุภาค 2 ลำ ซึ่งถูกปล่อยสวนทางกัน จะพุ่งเข้าชนกันในอุโมงค์รูปวงแหวนที่ว่านี้ ด้วยความเร็วเกือบเท่าแสง
ตลอด อุโมงค์รูปวงแหวนมีแม่เหล็ก 4 จุด ทำหน้าที่เบี่ยงเบนลำอนุภาค เพื่อให้กลุ่มโปรตอนพุ่งเข้าชนกันในห้องขนาดยักษ์ ซึ่งมีอุปกรณ์ตรวจจับไว้คอยบันทึกผลลัพธ์ ซึ่งจะมีอนุภาคย่อยเกิดขึ้น
อนุภาคจิ๋วซึ่งจะเกิดขึ้นและสลายตัวไปในเวลาชั่วเสี้ยวของเสี้ยว วินาทีเหล่านี้ จะช่วยไขปริศนาของสิ่งที่ใหญ่ที่สุด นั่นคือจักรวาล และอาจตอบคำถามด้วยว่า “มิติอื่น”
Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #9 on: September 11, 2008, 06:04:19 AM »



องค์กรวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรป ยืนยัน จะไม่เกิดหายนะจากการทดลองสร้างปรากฏการณ์ Big Bang ในวันนี้

องค์กร วิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรป (European Organization for Nuclear Research) หรือ เซิร์น (CERN) ประกาศว่าจะทำการทดลองครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก เพื่อหาจุดกำเนิดของจักรวาล และถอดรหัสของโลกในเชิงกายภาพ วันนี้

การทดลองดังกล่าว จะเกิดขึ้นในวันนี้ ที่บริเวณพรมแดนระหว่างสวิตเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส ใกล้กับเมืองเจนีวา ซึ่งได้มีการสร้างอุโมงค์ขนาดยักษ์เป็นวงกลมขนาดความยาว 18 ไมล์ ลึก 300 ฟุต และทำการหย่อนเครื่องเร่งความเร็วอนุภาคขนาดใหญ่ หรือ Large Haldron Collider (LHC) ที่ใช้เวลาสร้างกว่า 19 ปี ลงไป ซึ่งมีลักษณะเป็นท่อวนใต้ดิน ความยาวประมาณ 27 กิโลเมตร และอยู่ลึกลงไปใต้ดินอีก 175 เมตร โดยการทดลองครั้งนี้ จะมีนักฟิสิกส์กว่า 2,000 คน จากกว่า 30 ประเทศ และใช้งบประมาณเป็นมูลค่ากว่า 4,000 ล้านปอนด์ ( 260,000 ล้านบาท) เพื่อทดลองเร่งความเร็วอนุภาคด้วยแม่เหล็กนับร้อยๆ ตัว จากคนละด้านของท่อ ให้อนุภาคโปรตอนวิ่งเข้าชนกัน ด้วยความเร็วเกือบเท่าแสง ซึ่งเป็นเหมือนการจำลองการเกิดปรากฏการณ์ Big Bang

หลายฝ่ายเรียกร้องให้ระงับการทดลองครั้งนี้ เนื่องจากหวั่นว่า เมื่อเดินเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่แล้ว จุดจบของโลกจะมาถึง เนื่องจากทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก จะถูกดูดกลืนหายเข้าไปในแรงดูดที่มองไม่เห็น แต่มีพละกำลังมหาศาลที่จะเกิดขึ้นจากการทดลองครั้งนี้

ขณะที่ องค์กรวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรปออกมายืนยันว่า การทดลองในวันนี้จะไม่ก่อให้เกิดหายนะกับโลกอย่างแน่นอน เพราะการเดินเครื่องเร่งอนุภาค เป็นการเร่งให้อนุภาคชนกันก็จริง แต่การชนกันของ "อนุภาคโปรตอน" ในการทดลองครั้งนี้ จะมีพลังน้อยกว่าอนุภาคที่ชนกันในธรรมชาติเป็นอย่างมาก

Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #10 on: September 11, 2008, 06:16:08 AM »













Large Hadron Collider (LHC) เป็นเครื่องเร่งความเร็วอนุภาค ของศูนย์วิจัย CERN ในสวิตเซอร์แลนด์ มีลักษณะเป็นท่อใต้ดินวนเป็นวงกลมยาว 27 กิโลเมตร เป้าหมายของ LHC คือใช้ทดลองเร่งความเร็วอนุภาคแล้วเอามาวิ่งชนกัน เพื่อตรวจสอบทฤษฎีทางฟิสิกส์อนุภาคว่าเป็นไปได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะ ซึ่งถ้าสร้างขึ้นมาได้จริงตามทฤษฎี วงการฟิสิกส์จะก้าวหน้าขึ้นไปอีกมาก LHC ตอนนี้กำลังสร้างอยู่และมีกำหนดเปิดใช้งานเดือนพฤษภาคมนี้(2008) อย่างไรก็ตาม มีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่คาใจเรื่องความปลอดภัยของ LHC ในหลายประเด็น เช่นว่า การใช้งาน LHC อาจก่อให้เกิดแบล็คโฮล (หลุมดำ)ขนาดเล็กขึ้นมาทำลายล้างโลก หรือเปลี่ยนขั้วแม่เหล็กโลกให้เหลือข้างเดียวได้ ล่าสุดได้มีคนยื่นฟ้องต่อศาลสหรัฐ ให้กระทรวงพลังงานสหรัฐและห้องทดลอง Fermilab ซึ่งเป็นภาคีสมาชิกของ LHC ชะลอการใช้งานไปอีก 4 เดือนเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย ซึ่งทางฝ่ายสนับสนุน LHC เองก็ออกมาโต้แย้งว่าไม่มีหลักฐานใดๆ ว่าจะเกิดอันตรายขึ้นแต่อย่างใด ส่วนศาลจะรับฟ้องหรือไม่นั้นอยู่ระหว่างกระบวนการด้านเอกสาร " แม้นักฟิสิกส์ทั่วโลกจะใช้เวลาถึง 14 ปีและลงทุนไปกว่า 8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อสร้างเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซี (Large Hadron Collider: LHC) ที่ใหญ่สุดในโลก ภายใต้ความร่วมมือขององค์การศึกษาวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป "เซิร์น" (Cern) เพื่อเร่งให้อนุภาคโปรตอนชนกัน แล้วสร้างพลังงานและเงื่อนไขที่เหมือนกับเสี้ยววินาทีที่ 1 ในล้านล้านล้านหลังเกิดบิกแบง (Big Bang) โดยนักวิทยาศาสตร์จะวิเคราะห์เศษซากที่เกิดขึ้น เพื่อไขปริศนาธรรมชาติของมวลและแรงใหม่ๆ รวมถึงความสมมาตรของธรรมชาติด้วย แต่วอลเตอร์ แอล.วากเนอร์ (Walter L.Wagner) ผู้อยู่ในมลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา และศึกษาวิจัยฟิสิกส์และรังสีคอสมิก ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กเลย์ (University of California, Berkeley) ทั้งยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยนอร์เธิร์นแคลิฟอร์เนียในซาคราเมนโต (University of Northern California in Sacramento) และลูอิส ซานโช (Luis Sancho) ซึ่งระบุว่าทำวิจัยเกี่ยวกับทฤษฎีเวลาและอาศัยอยู่ในสเปน ได้ฟ้องต่อศาลฮาวายเพื่อเรียกร้องสิทธิให้ระงับการทดลองของเซิร์น เนื่องจากอาจทำให้เกิดหลุมดำขนาดเล็ก ที่อาจ "กินโลก" หรือทำให้เกิดอนุภาคแปลกๆ ที่เปลี่ยนโลกให้หดกลายเป็นก้อนที่มีความหนาแน่นสูง ทั้งนี้แม้จะฟังดูประหลาด แต่กรณีนี้ก็เป็นประเด็นเคร่งเครียดที่สร้างความวิตกให้กับนักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์ในช่วงเวลาไม่กี่ปีมานี้ กล่าวคือพวกเขาจะประมาณความเสี่ยงจากการทดลองใต้ดินที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนนี้ได้อย่างไร และใครที่จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะหยุดหรือเดินหน้าการทดลอง สรุปคือเครื่องเร่งอนุภาค เพื่อจะทำให้ตัว LHC ทำความเร็วไปแตะระดับความเร็วแสง เพื่อทำให้เกิดปรากฎการใหม่ที่มนุษยชาติไม่เคยมีไครทำและทำได้ ถ้าทำได้สำเร็จจริงจะเป็นผลแห่งความรู้ใหม่อันมหาศาลทางวิทยาศาสตร์ของมนุษย์โลก เอาแบบง่ายๆ ถ้าทำสำเร็จจะเป็นพื้นฐานของการทำเครื่อง Time Machine แต่ถ้าสำเร็จจริงผลเสียที่ตามมา ที่มีกลุ่มคนต่อต้านกันอยู่คือ มันเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มาก การประเมินผลเสียที่เกิดขึ้นเป็นแค่การสมมุติฐานและคำนวนตามทฤษฎีเท่านั้น จึงเป็นไปได้ทั้งสองทางคือ อาจจะเป็นผลที่ดีมาก หรือผลเสียมากต่อมนุษยชาติก็ได้
Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
เสริม
Administrator
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 3
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 9,631



« Reply #11 on: September 11, 2008, 12:29:34 PM »

เอาอีก เอาแบบนี้อีก ก ก ก ก  ..... Cheesy Cheesy Cheesy
Logged
Chanchai & Malee
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 1
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 1,809



« Reply #12 on: September 11, 2008, 02:35:00 PM »

ขอบคุณพี่ปุ้ย ครับ จะได้ไม่ต้องตามอ่านจากหลายเวบ  Cheesy
จะได้รู้ซะทีเนาะว่า ไก่กับไข่ ใครเกิดก่อนกัน  Cheesy
Logged
molwatoo
Guest
« Reply #13 on: September 11, 2008, 02:41:12 PM »

มะวาน หามือถือไม่เจอ ....หาๆๆๆ จนมึน
...นึกว่า มือถือ ถูกดูดเข้าไปในหลุมดำ
ตอนเค้าทดลองกัน มะวานนี้ ซะอีก   Grin อิอิอิ
Logged
เสริม
Administrator
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 3
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 9,631



« Reply #14 on: September 11, 2008, 03:40:16 PM »

เฮ้ยปุ้ย ตามข่าวให้จบนาเว้ย  อยากรู้  Grin
Logged
Pages: [1] 2   Go Up
Print
HuSoNU  |  ห้องใหญ่ศิษย์เก่า HuSoNu.com  |  ห้องสมุด HuSoNu (Moderator: ปลองทา30)  |  Topic: CERN (European Council for Nuclear Research)
Jump to:  





Designed by Holy IT | Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC