วันนี้ (10 กันยายน) นับเป็นอีกวันที่วงการวิทยาศาสตร์โลกต้องจดจำ!!
กับคำถามมากมายที่ติดใจผู้คนมาแสนนานว่า
เอกภพหรือจักรวาลเกิดจากอะไร? ประกอบขึ้นด้วยอะไรบ้าง?
ทฤษฎี "บิ๊กแบง" (Big Bang) หรือ "การระเบิดครั้งใหญ่"
เมื่อ 1.37 หมื่นล้านปีก่อน ที่ได้รับการเชื่อถือมากที่สุดว่า
เป็นต้นตอของการเกิดจักรวาล ก็ยังมีช่องโหว่
เรื่องสสาร (Matter) และ ปฏิสสาร (Antimatter)
ที่ก่อให้เกิดการระเบิด คือโดยธรรมชาติแล้ว ทั้ง 2 มีมวลเท่ากัน
แต่ประจุตรงกันข้ามกัน เมื่อเกิดปฏิกิริยาแล้วก็จะหักล้างกันเองอย่างสมบูรณ์
ไม่น่าจะมี จักรวาล กาแล็กซี่ ดวงดาว โลก หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นได้
บางครั้ง การเปิดเดิน เครื่องเร่งอนุภาคแบบหมุน (Large Hadron Collider)
หรือ "LHC" ของ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในทวีปยุโรป
เพื่อวิจัยและพัฒนาทางด้านนิวเคลียร์ (European Center for Nuclear Research)
หรือ "เซิร์น" (CERN) อาจให้คำตอบ
เพราะตามที่ ปีเตอร์ ฮิกก์ส (Peter Higgs) นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษ
ได้เสนอทฤษฎีเกี่ยวกับอนุภาค "ฮิกก์ส"
โดยพยายามอธิบายเรื่องอนุภาคพื้นฐานและแรงพื้นฐานในธรรมชาติ (ที่ก่อให้เกิดการระเบิด)
ซึ่งบางอนุภาคมีมวล และบางอนุภาคที่ไม่มีมวล และการทดลอง "เซิร์น" ครั้งนี้
อาจทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้คำตอบ
ลองจิตนาการว่า มีการลอบวางระเบิดในตู้โทรศัพท์แห่งหนึ่ง
การทดลองของ "เซิร์น" ครั้งนี้ คือการเก็บรวบรวมหลักฐานในการระเบิด
จากชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อดูว่า ระเบิดลูกนั้นคือ ระเบิดชนิดใด
ประกอบขึ้นด้วยอะไรบ้าง และในการทดลองตามทฤษฎีแล้ว
ต้องพบอนุภาคที่เราเรียกขึ้นลอยๆ ว่า "ฮิกก์ส" ด้วย
จึงอาจกล่าวได้ว่า การทดลองครั้งนี้ เป็นไปเพื่อพิสูจน์ทฤษฎี
ของนักฟิสิกส์ชาวอังกฤษผู้นี้นั่นเอง
"ทฤษฎีมีอยู่แล้ว แต่ยังขาดการทดลองสนับสนุน"
ทุกคนต่างลุ้นระทึก ว่าหลังการชนนี่แหละจะเกิดอะไรขึ้น
"ด้วยความเร็วระดับนี้ พลังงานสูงระดับนี้ ตามทฤษฎีควอนตัมแล้ว
การชนกันของอนุภาคโปรตอนสองลำนี้จะทำให้เราพบอะไรบางอย่างหลังการชน
เพราะถ้าไม่เป็นไปตามนั้น แสดงว่ามีความผิดพลาดในทฤษฎีควอนตัม
นักวิทยาศาสตร์ต้องกลับไปขบคิดกันใหม่

(ซ้าย) ภายในเครื่องเร่งอนุภาค "แอลเอชซี" เป็นขดลวดเพื่อสร้างสนามแม่เหล็กขนาดยักษ์ให้โปรตอน 2 ตัววิ่งชนกันด้วยความเร็วเกือบเท่าความเร็วแสง
(ขวา) สถานี ALICE ทำหน้าที่ตรวจวัดสถานะที่เกิดขึ้นหลังบิ๊กแบง
"แต่ตามทฤษฎีแล้วหลังจากการชน น่าจะทำให้นักวิทยาศาสตร์พบอะไรบางอย่าง"
และหากสิ่งนั้นคือ สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เคยค้นพบมาก่อน (อนุภาคฮิกก์ส)
ก็เท่ากับว่า เราได้ค้นพบแล้ว ซึ่งต้นกำเนิดแห่งมวลในจักรวาล สิ่งที่ทำให้เราเป็นเราทุกวันนี้
แต่สิ่งที่ผู้คนกังวล จากการทดลองครั้งประวัติศาสตร์ของ "เซิร์น" ครั้งนี้
คือ การเดินเครื่องเร่งอนุภาค ให้เกิดการชนกันของลำอนุภาคโปรตอน 2 ตัว
นอกจากจะทำให้ค้นพบอนุภาคฮิกก์สนี้แล้ว จะก่อให้เกิดสิ่งอื่นหรือใหม่
เป็นต้นว่า "หลุมดำ" ที่จะกลืนโลกทั้งโลก!!

หลุมดำในอวกาศ
เราเรียกอนุภาคที่ประกอบด้วยควาร์กว่าเป็น "อนุภาคประเภท Hadron"
อนุภาคที่จะใช้ชนในเครื่อง LHC ทั้งหมดเป็น Hadron จึงเป็นที่มาของชื่อเครื่องนี้
ในขั้นแรกนี้จะใช้โปรตอนในการชน

"อนุภาคโปรตอนทั้งหมดในการทดลองแต่ละครั้ง
รวมกันได้ประมาณเท่าเม็ดทรายเม็ดเล็กๆ
แต่มีความเร็วสูงมากใกล้ความเร็วแสงและมีพลังงานเทียบเท่ารถไฟ 1 ขบวน
สภาวะพลังงานสูงของอนุภาคที่กำลังชนกันดังกล่าว
ใกล้เคียงกับสภาวะตอนกำเนิดจักรวาล หรือ Big Bang
สิ่งที่เราจะได้จากการทดลองนี้
คือการทดสอบทฤษฎีและการค้นหาหลักฐาน
เพื่อนำไปสู่ทฤษฎีใหม่ที่สมบูรณ์มากขึ้น

ภาพอุปกรณ์แม่เหล็กขนาดยักษ์ นน. 1920 ตันที่จะถูกนำลงไปใต้ดิน
นักฟิสิกส์คิดกันว่ากลไกที่ทำให้เกิดมวลคือ กลไกของฮิกก์ส (Higgs Mechanism)
แต่ที่ผ่านมาเราไม่สามารถทดสอบและยืนยันได้ เนื่องจากระดับพลังงานไม่สูงพอ
แต่วันนี้ LHC มีพลังงานที่น่าจะสูงพอสำหรับทดสอบกลไกของฮิกก์ส
และค้นหาอนุภาคที่ชื่อว่า Higgs Boson

อุปกรณ์แม่เหล็กที่ชื่อ Compact Muon Solenoid (CMS) กำลังจะถูกนำลงไปใต้พื้นดินเพื่อบรรจุใน Large Hadron Collider (LHC) เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2008 ที่ผ่านมา
"ในทางทฤษฎีเราเชื่อกันว่ามีแม่เหล็กขั้วเดี่ยว แต่เราไม่เคยพบในธรรมชาติ
แม่เหล็กปกตินั้นจะมีสองขั้ว คือเหนือและใต้
หากนำมาหักเป็นสองท่อน แต่ละท่อนก็จะกลายเป็นแท่งแม่เหล็กเหนือใต้เหมือนเดิม
เพียงแต่ขนาดเล็กลง ไม่ได้กลายเป็นขั้วเหนือและใต้เดี่ยวๆ แยกจากกัน
ไม่ว่าจะหักเป็นท่อนเล็กๆ สักกี่ครั้งก็ตาม
ซึ่งต่างกับกรณีของประจุไฟฟ้าที่เราพบประจุบวกและลบแยกเป็นอิสระจากกันได้
นักฟิสิกส์หลายคนหวังว่า ในระดับพลังงานที่สูงมากๆ ของ LHC
เราอาจจะสร้างแม่เหล็กขั้วเดี่ยวได้ ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยคลี่คลายปริศนา"