ระหว่างที่ล่องเรือพายลำน้อย ชื่นชมกับท้องน้ำ ท้องฟ้า กับต้นลำพูและหิ่งห้อย
และแล้ว เสียงแผดสนั่นของเครื่องยนต์เรือหางยาว เร่งรี่เข้ามาใกล้ พร้อมกับฉายไฟอันแรงกล้าไปที่ต้นลำพู
พร้อมๆ กับเสียง นักท่องเที่ยวดังสนั่นลั่นคุ้ง
"ทำไมเรือพายเข้าไปใกล้ๆ ได้ แล้วทำไมเรือของเค้าเข้าไปดูใกล้ๆ ไม่ได้ล่ะ"
อยากจะสวนไปว่า "อ้าว ก้อไม่อยากนั่งเรือพายเองนิ อยากไปจ่ายตังค์ให้เรือหางยาวทำไม ช่วยไม่ได้"
จะบาปไปไหมหนอ ถ้าคิดอย่างนั้น แต่นั่นคือความรู้สึก เพราะบรรยากาศถูกทำลายโดยเรือหางยาวจนสิ้น
แล้วเรือหางยาว ก็เร่งเครื่องดังกระหึ่ม เสมือนจะแกล้งเรือพาย
ให้มีคลื่นพอเรือโคลงๆ แล้วก้อเร่งออกไป กลับไปยังอัมพวา
เรือพายลำน้อยของเรายังคงลอยไปเรื่อยๆ ระหว่างทางเรานั่งคุยโน่นนี่กับฝีพายทั้งสอง
ซึ่งอธิบายเรื่องราวต่างๆ ที่น่าเศร้าให้เราฟัง
หิ่งห้อยหายไปกว่า 70% ในระยะเวลา 2 ปีตั้งแต่เริ่มมีกิจกรรมชมหิ่งห้อย
ชาวบ้านลมทวน ไม่ได้อะไรจากการบูมของธุรกิจท่องเที่ยวอัมพวา แถมยังได้รับความเดือดร้อน
ทั้งเรื่องของเสียงยามวิกาล ศุกร์-เสาร์แทบไม่ได้นอนเพราะเสียงเรือ
ตลิ่งพัง เพราะคลื่นจากเรือหางยาวกัดเซาะ ต้นลำพูล้มตาย ปู ปลา กุ้งที่ลดลง และหิ่งห้อยที่หายไป
