Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
May 24, 2012, 01:20:40 PM
 
Alternative Banner: Flash player 8 + JavaScript support are required
 
 
HuSoNU  |  ห้องใหญ่ศิษย์เก่า HuSoNu.com  |  ท่องไปในโลกกว้าง (Moderators: Chanchai & Malee, Goffy)  |  Topic: @ Review : Trip (Netherlands – Belgium) by Goffy
Pages: [1] 2 3   Go Down
Print
Author Topic: @ Review : Trip (Netherlands – Belgium) by Goffy  (Read 5586 times)
0 Members and 2 Guests are viewing this topic.
Goffy
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 1
Offline Offline

Posts: 1,516


Are you HOT enough ?


WWWCode 40
« on: October 29, 2008, 03:42:41 PM »

Review ครั้งนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ให้กับผู้ที่สนใจที่จะเดินทางไปเที่ยวที่ Netherlands – Belgium นะจ๊ะ

การเดินทางครั้งนี้ เราเดินทางโดยสายการบิน China Airlines  ซึ่งบินตรงจากกรุงเทพ สู่ กรุงอัมสเตอร์ดัม ด้วยเที่ยวบินที่ CI 065 เวลา 0225 ซึ่งใช้เวลาเดินทาง 11.45 ชม. ไฟล์ทนี้เป็นไฟล์ทค่อนข้างดึกเอาการ เพราะเป็นไฟล์ทที่บินมาจากไทเป เพื่อมารับผู้โดยสารอีกค่อนลำที่กรุงเทพ แล้วบินต่อสู่กรุงอัมสเตอร์ดัม ทำให้เด็กน้อยและผู้สูงอายุบางท่านเริ่มง่วงนอน แม้แต่ตัวผู้เขียนเอง....อิอิ



แต่ว่า...พอได้เห็นอาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องก็ตาแจ้งขึ้นมาทันที เพราะถึงแม้ง่วงจนตาแทบจะปิดแค่ไหน ก็ขอถ่างตาขึ้นมากินก่อนละกาน ซึ่งอาหารที่สายการบินเสิร์ฟให้ก็คือ ซีฟู๊ด ....  (Seafood, not to see food) นะจ๊ะ



หลังจากหนังท้องตึง ก็ได้เวลาของหนังตาที่หย่อยซะที....บรรดาสาวๆ แอร์ก็เตรียม dim ไฟเพื่อให้ผู้โดยสารนอนหลับฝันดี



หรือว่าใครยังไม่นอนก็จะดูหนังที่ฉายให้บนเครื่อง หรือจะหาเพลงฟังเบาๆ กล่อมนอนก้ได้นะจ๊ะ entertainment บนเครื่องก็พอไหว



เวลาผ่านไปเกือบๆ 10 ชม ... ช่างไวเหลือเกิน แสงแรกเมื่อลืมตาตื่น....ช่างสดใสเสียนี่กระไร



พอลืมตาตื่นขึ้นมาเดินไปแปรงฟันซักพัก ก็เตรียมตัวที่จะกินอาหารเช้าอีกแระ



เย้ๆๆๆ เห็นเมืองอัมสเตอร์ดัมอยู่ไกลๆ แล้ว...บ้านเมืองเค้าจะว่าไปแล้ว ระบบการจัดการผังเมืองอยู่ในขั้นที่โอเคมาก เพราะจะทำเป็นรูปไยแมงมุม คล้ายๆ กับที่ปารีส



โอ้โห...นกยักษ์เจ้าบ้านจ้ะ KLM (Royal Dutch Airlines) จอดเรียงหน้ากันเต็มไปหมด จะว่าไปก็คงจะเหมือนๆ กับเครื่องการบินไทยที่บ้านเรา ที่จอดเรียงรายกันเป็นแถวที่สนามบิน



เวลา 0910 บินถึงกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองที่ใหญ่ที่สุดของราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์และเป็นศูนยืกลางทางประวัติศาสตร์แห่งหนุ่งของยุโรป หลายๆ คนอาจคิดว่า กรุงอัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ แต่จริงๆ แล้ว เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ก็คือ “กรุงเฮก หรือ เดน ฮ๊าก (Den Haag) ในภาษาดัชต์” นั่นเอง เพราะฉะนั้นน้องๆ นู๋ๆ ทั้งหลายที่เคยเข้าใจผิด ก็ทำความเข้าใจเสียใหม่นะจ๊ะ จะได่ไม่ตกวิชาภูมิศาสตร์

ชื่อ Amsterdam นี้ มีที่มาจาก Amstel (ชื่อแม่น้ำที่ไหลผ่านกลางเมือง + Dam ที่แปลว่าเขื่อน) เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า Netherlands เป็นเมืองที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Amsterdam อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 400 เมตร จึงได้คิดที่จะสร้างเขื่อนเพื่อกันน้ำจาก North Sea ไหลเข้าท่วมเมือง

เวลา 1030 หลังจากถึงสนามบิน Schiphol Airport  และผ่านพิธีการทางสนามบิน



ก็ไปเดินทางสู่ใจกลางกรุงอัมสเตอร์ดัม คือ “จตุรัสแดมสแควร์ (DAM SQUARE)” ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของอัมสเตอร์ดัม



บรรยากาศรอบๆ Amsterdam ในยามเช้า



สถานที่แรกที่เราไปก็คือ “พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งของมาดามทุซโซ่” ซึ่งเป็นที่รวบรวมรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งของบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงมากมายและดูมีชีวิตชีวาเหมือนจริง



พอเดินชมมาดามทุซโซ่ได้พอประมาณ ก็ไปกินอาหารกลางวันซึ่งเป็นอาหารจีน ร้ายก้อยู่ใกล้ๆ แดม สแควร์นั่นเอง เดินไม่ไกล ส่วนเรื่องรสชาติก็โอเค เพราะว่าเป็นร้านจีนแท้ดั้งเดิม ดังนั้นก็ไม่มีอะไรที่ผิดแผกไปจากความเป็นจีนที่ควรจะเป็น

และก็เที่ยวกันต่อ ... คราวนี้เราไปชม “คฤหาสน์ของมหาเศรษฐีชาวดัทช์ – Mrs.Willet Holthuysen” ซึ่งเป็นคฤหาสน์ที่ตั้งอยู่ริมคลองที่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชม



สร้างในศตวรรษที่ 17 ปัจจุบันได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เมื่อปี ค.ศ.1895 เพื่อให้ชมความสวยงามของสถานที่ สิ่งของเครื่องใช้และเครื่องประดับตกแต่งคฤหาสน์แบบเริดหรู อาทิ เครื่องเงิน จานเซรามิกและหนังสือล้ำค่าจากยุคทองของดัชท์และภาพวาดที่สวยงามตามผนังห้อง ชั้นบนของคฤหาสน์เป็นห้องบอลรูม ห้องรับประทานอาหารค่ำซึ่งสามารถมองผ่านกระจกไปยังสวนสไตน์อังกฤษที่ตั้งอยู่ด้านหลังคฤหาสน์หลังงาม


(สวนสไตล์อังกฤษที่สามารถมองเห็นลงมาจากห้องกินข้าวชั้นบน)


(ห้องรับประทานอาหารค่ำของเจ้าของบ้าน)

เราใช้เวลาในการชมบ้านเศรษฐีชาวดัชท์ไม่นานนัก เพราะว่าลูกทัวร์บางคนต้องการช็อปปิ้งและเดินเล่นแถม แดม สแควร์ ดังนั้นหัวหน้าทัวร์ก็เลยพาทุกคนไปปล่อยแล้วเดินเล่นตามอัธยาศัย และนัดเวลาที่จุดนัดพบเพื่อไปทานอาหารเย็นกัน

หลังจากเดินเล่นรับลมหนาว (8 องศา) กันอย่างหนำใจก็ไปทานอาหารเย็นและเดินทางเข้าโรงแรม ซึ่งคืนแรกนี้เราพักกันที่โรงแรม Artemis Hotel Amsterdam ซึ่งโรงแรมนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 นาที แต่ว่าจุดเด่นของโรงแรมก็คือเป็นโรงแรมใหม่ ทันสมัย...ห้องพักสไตน์ดัชท์เต็มที่


(ภายนอกโรงแรม) 


(บรรยากาศภายในห้องพัก)

และแล้ววันที่ของของโปรแกรมก็จบลง .... ราตรีสวัสดิ์ หรือภาษาดัชท์พูดว่า goede nacht (กู๊ด นาช์ท)

ป.ล. แล้วจะมาต่อวันที่ 2 เร็วๆ นี้นะจ๊ะ

Logged
Patchouly
เชียร์ รีดเดอร์
นิสิต ป.เอก
***

Popular Vote: 0
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 1,046



« Reply #1 on: October 29, 2008, 06:05:38 PM »

โห...กะลังหนุกเลย รีบมาต่อไวๆ นะ
Logged
Goffy
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 1
Offline Offline

Posts: 1,516


Are you HOT enough ?


WWWCode 40
« Reply #2 on: October 29, 2008, 08:07:56 PM »

โห...กะลังหนุกเลย รีบมาต่อไวๆ นะ

ไม่นานเกินรอจ้ะเพื่อน...ขอเวลาแป๊บ

งานที่ทำงานมันรุมเร้าเหลือเกิน เพราะหายไปซะหลายวัน
Logged
เสริม
Administrator
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 3
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 9,631



« Reply #3 on: October 29, 2008, 11:10:49 PM »

ยอดเยี่ยมจ้า
Logged
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 2
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 1,630


เหนื่อยก็หยุดพัก แต่อย่าเดินกลับหลัง


« Reply #4 on: October 30, 2008, 12:22:26 AM »

อยากไป...เที่ยว
Logged
Oui
รองศาสตราจารย์
***

Popular Vote: 0
Offline Offline

Posts: 1,274



« Reply #5 on: October 30, 2008, 02:53:25 PM »

โห...กะลังหนุกเลย รีบมาต่อไวๆ นะ

ไม่นานเกินรอจ้ะเพื่อน...ขอเวลาแป๊บ

งานที่ทำงานมันรุมเร้าเหลือเกิน เพราะหายไปซะหลายวัน


ใช่เลยน้องพัช กำลังอ่านเพลิน อยากจะได้เห็นดอกทิวลิป กังหันลม รองเท้ายักษ์ ขนม waffle หรือป่าว
แต่น้อง goffy เพิ่งกลับมา ไปเคลียร์งานก่อนก้อได้ พี่รอได้จ้า  Kiss

Logged

Goffy
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 1
Offline Offline

Posts: 1,516


Are you HOT enough ?


WWWCode 40
« Reply #6 on: October 31, 2008, 11:04:37 AM »

Goedemorgen …. กู๊ด มอร์เกน  ในภาษาดัชท์ แปลว่า อรุณสวัสดิ์

เช้าวันที่ 2 ของโปรแกรมวันนี้เริ่มต้นด้วยบรรยากาศแบบฝนพรำๆ เล็กน้อย 


(บรรยากาศฝนพรำในตอนเช้า)

อุณหภูมิ ณ เวลา 6.30 คือ 5 องศา ซึ่งเป็นสาเหตุมาจากฝนนั่นเอง เพราะหากฝนตกทีไร อากาศก็จะหนาวทันที  แต่ก็ยังไม่อยากตื่นเลย หรืออาจเป็นเพราะยังปรับเวลาไม่ได้ เนื่องจากที่กรุงเทพก็เพิ่งจะตี 1 ครึ่งเอง แต่ก็ต้องลากตัวเองออกจากที่นอนให้ได้ เพราะวันนี้หัวหน้าทัวร์ใช้สูตร 6.30 / 7.30 / 8.30 ... อ่าาา สงสัยใช่มั้ยว่ามันคืออะไร เพราะฉะนั้นเฉลยเลยก็ละกันว่า 6.30 คือ เวลาปลุก / 7.30 เอากระเป๋าใบใหญ่ไว้หน้าห้องให้พอร์ตเตอร์ยกลงไปข้างล่าง / และ 8.30 คือเวลาออกจาก รร เพื่อเที่ยวต่อ

ที่นี่เค้าจะคิดค่ายกกระเป๋าก็ง่ายๆ คือ ใบละ 1 ยูโรต่อเที่ยว ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก็ราคาเท่ากัน หากคุณพาร์ตเตอร์ได้ยกหรือลากกระเป๋าแทนตัวเราแล้ว แต่เราก็ไม่ต้องจ่ายเพราะบริษัททัวร์เค้าเป็นคนออกให้ เพียงแต่เค้าลิมิตเท่านั้นเองว่าขอมากสุกก็แค่คนละไม่เกิน 2 ใบ ไม่งั้นเค้าอาจจะเจ๊งได้เพราะต้องจ่ายค่ายกกระเป๋าของพวกเรา


(พนักงานยกกระเป๋า หรือ Hotel Porter)

โอเค...รับประทานอาหารเช้ากันเสร็จสมอารมณ์หมาย เราก็พร้อมที่จะออกเดินทางได้ ซึ่งวันนี้เราจะเดินทางออกจากอัมสเตอร์ดัม เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมือง “ร็อตเตอร์ดัม”


(แผนที่เมืองร็อตเตอร์ดัม)

เมืองร็อตเตอร์ดัส มีระยะทางห่างจากอัมสเตอร์ดัมประมาณ 80 กิโลเมตร โดยเมืองนี้เป็นเมืองท่าหลักและเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของประเทศเนเธอร์แลนด์ มีที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำมาส และนับเป็นเมืองท่าที่ใหญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก


(เมืองร็อตเตอร์ดัม)

เป็นกฏหมายของยุโรปว่ารถที่วิ่งทางไกลที่เค้าเรียกว่า Long Distance Coach ต้องได้รับการพักรถระหว่างทางทุกๆ 50 กิโลเมตร มิฉะนั้นจฃหากตำรวจทางหลวงเค้าขอตรวจ tachograph หรือไอ้ที่คล้ายๆ กับเข็มทิศในบ้านเรา แต่ของเค้าจะพิเศษกว่าคือเป็น จีพีเอส ได้ด้วย เพื่อป้องกันการหลงทาง และในขณะเดียวกันก็สามารถบันทึกได้ด้วยว่ารถขับไปที่ไหนได้บ้าง เพื่อกันคนขับรถแอบไปรับงานนอก เราจึงแวะปั๊มน้ำมันข้างทางเพื่อให้ลูกทัวร์ได้เข้าห้องน้ำในราคาคนละ 50 เซ็นต์ ... โอ้ววว ฉี่ทีละ 25 บาท จะเป็นลม


(รูป tachograph)

หลังจากพักรถได้ 20 นาทีเราก็มุ่งหน้าเดินทางต่อท่ามกลางสายฝนพรำตลอดทางที่จะไปเมืองร็อตเตอร์ดัม แต่เหมือนฟ้าดินจะเป็นใจเพราะเมื่อเรามาถึงตัวเมืองฝนก็หยุดทันที แต่ถึงกระนั้นก็ตามก็ยังคงทิ้งความเย็นเอาไว้ให้เราได้สัมผส เพราะอุณหภูมิล่าสุดในตอนนั้นก็ประมาณ 7 องศา

สถานที่แรกที่เราจะเที่ยวกันในวันนี้ก็คือ “หอคอยยูโรมาส” เพื่อชมวิวทิวทัศน์โดยรอบ ซึ่งหอคอยนี้ถูกสร้างขึ้นเมืองปี ค.ศ.1958-1960 เพื่องานเทศกาลฟลอริเอด (Floriade 1960)  - หรือ งานโชวน์ดอกไม้และสวยที่มีชื่อเสียงของชาวดัชท์ ซึ่งจะจัดขึ้นทุกๆ 10 ปี  และครั้งต่อไปก็ตะจัดในปี 2012


(ยูโรมาสสมัย Floriade 1960)


(หอคอยยูโรมาส @ present)

หอคอยยูโรมาสนี้เป็นหอคอยคอนกรีตเส้นผ่านศูนย์กลาง 9 เมตร มีความหนา 30 เซนติเมตร และอยู่สูงกว่าระดับพื้นดิน 96 เมตร โดยต่อมาในปี ค.ศ.1970 ได้มีการเสริมยอดของหอคอยเพิ่มอีก 85 เมตร นับว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในร็อตเตอร์ดัมซึ่งภายในประกอบไปด้วยภัตตาคารและร้านขายของที่ระลึก


(หอคอยยูโรมาสจากมุมสูง)

Euroscoop ก็เป็นอีกที่ของหอคอยยูโรมาสที่เราต้องขึ้นไปนั่งชม เพราะเจ้ายูโรสโคปนี้เป็นจานหมุนรอบทิศให้เราชมเมืองได้ 360 องศา ก็ตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจไปอีกแบบ

หลังจากเราเพลิดเพลินที่หอคอยยูโรมาสเสร็จ ก็รับประทานอาหารท้องถิ่นของที่นี่ ก็คือ ค็อกเทลกุ้ง และ มะกะโรนีปลา ตามด้วยไอศครีมฟรุตเค้ก.....อ้วนซะไม่มีหละงานนี้



พออิ่มหนำสำราญกับอาหารมื้อกลางวันเป๋นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็เดินทางต่อไปยังเขตเมืองใหม่ของร็อตเตอร์ดัม เพื่อชม “บ้านแบบคิวบิค เฮ้าส์ (Cubic Houses)” โดยกลุ่มบ้านนี้ทำมุมเอียง 45 องศามีสีสันสดใสโดยเป็นผลงานการออกแบบของสถาปนิคชาวดัชท์

 

ชื่นชมความงามของคิวบิคเฮ้าส์ได้สักพักก็เดินเล่นที่บริเวณแลนมาร์คของเมือง โดยมีร้านรวงต่างๆ ล่อตาล่อใจและล่อเงินในกระเป๋าให้กับบรรดาขาช็อป (อย่างเรา) ยิ่งนัก แต่ก็ต้องอดใจไว้ก่อนเพราะเมืองนี้ไม่เหมาะแก่การช็อปปิ้ง เนื่องจากของส่วนใหญ่ขนมาจากอัมสเตอร์ดัม ร้านค้าจึงบวกค่าขนส่งไปในราคาของสินค้าไปด้วยแล้ว

 

เราจึงเดินฝ่าลมหนาวกลับไปที่โรงแรม ซึ่งคืนนี้เรานอนที่โรงแรม Hilton International Rotterdam ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองพอดิบพอดีที่จะเดินเล่นได้แบบชิลๆ


(ห้องพักของโรงแรม Hilton International Rotterdam)


(ห้องพักของโรงแรม Hilton International Rotterdam)

แต่ก็ต้องรีบเดินเพราะที่ยุโรปบรรดาร้านค้าเค้าจะปิดกันประมาณ 1 ทุ่มในเวลาท้องถิ่น ทำให้เวลาในการเดินชื่นชมด้วยสายตาหรือ Eye Shopping จึงต้องสั้นลง




(คนนี้ก็ Eye Shopping ด้วย ... อิอิ)

ทริปวันนี้ผ่านพ้นไปด้วยดีเพราะช่วง 2 ทุ่มหลังจากทานอาหารค่ำ ทางคณะต้องมีการจัด Media Briefing เพื่อทบทวนสถานที่ที่เราเดินทางมาแล้ว 2 วัน และให้บรรดานักข่าวทั้งลายของทริปนี้ได้ส่งต้นฉบับกลับไปยังไทยแลนด์ด้วย

ดังนั้นผู้เขียนจึงขอจบรายงานทัวร์วันที่ 2 ของการเดินทางแต่เพียงเท่านี้เพราะก็ต้องรีบปั่นต้นฉบับส่งเจ้านายเหมือนกัน ไม่งั้นละโดนแน่ๆ...อิอิ

ราตรีสวัสดิ์

Logged
Oui
รองศาสตราจารย์
***

Popular Vote: 0
Offline Offline

Posts: 1,274



« Reply #7 on: October 31, 2008, 02:49:50 PM »

ชอบบ้าน คิวบิคเฮ้าส์ สวยดี แปลกตา กะดอกไม้ คล้าย  ๆ เบญจมาส บ้านเรา
น้อง goffy ไปอีกวันค่ะ จะได้มาตามอ่านจนกว่าจะจบทริป สนุกดี
Logged

Last-SWUP
ว๊ากเกอร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 0
Offline Offline

Posts: 4,972



« Reply #8 on: October 31, 2008, 03:19:56 PM »

...อาวอีก.. Grin
Logged
spatagoon
นิสิตปี 4
****

Popular Vote: 0
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 305


Let's practice Vipassanakammathan!


WWW29
« Reply #9 on: October 31, 2008, 04:51:13 PM »

oh...........so cuteeeeeeeeeeeee....
พี่หลินล่ะอยากทำงานแบบน้องกอล์ฟจังเร้ย....
งานพี่หลินเจอแต่ภูเขา ป่าหญ้ารก ต้องไปถากถางพงหญ้า
เพื่อทำงานก่อสร้าง หรือสำรวจออกแบบให้ลูกค้า
ตอนนี้ก็ได้แต่ดูๆไปก่อน
มีโอกาสหยุดยาวสักสิบห้าวันเมื่อไหร่ พี่หลินจะทัวร์ยุโรปสักครั้ง
จะได้ไม่เสียชาติเกิด...อิๆๆๆ Grin
Logged

Learn about Life is Long life Learning!
Do it best Today because tomorrow might not come!
Patchouly
เชียร์ รีดเดอร์
นิสิต ป.เอก
***

Popular Vote: 0
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 1,046



« Reply #10 on: October 31, 2008, 09:38:06 PM »

อ่าน review เหมือนได้ไปเองเลยอ่ะ พอมีเวลามาเขียนต่อนะ หนุกดี
Logged
Goffy
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 1
Offline Offline

Posts: 1,516


Are you HOT enough ?


WWWCode 40
« Reply #11 on: October 31, 2008, 10:14:48 PM »

มาแล้วๆๆ จ้า...ทัวร์วันที่ 3...ตามคำเรียกร้อง...และขอบคุณสำหรับคำติชมจ้ะ

Hoe gaat het met U? / ฮูซ้าท เฮิท เม็ท เออ? …. ในภาษา Dutch … แปลว่า How are you? จ้ะ

และถ้าเราสบายดี ก็ต้องตอบกลับไปว่า Heel goed, en met U? / เฮล ซูท,เอน เมท เออ ?

... มาถึงวันที่ 3 ของทริปนี้กันแล้ว
สูตรของวันนี้ก็คือ ... 0630/0730/0830 เหมือนเมื่อวานนั่นเอง...หวังว่ายังคงจำกันได้นะจ๊ะ

เอาหละ...หลังจากทานอาหารเช้ากันเสร็จ วันนี้เราต้องจากเนเธอร์แลนด์ (ชั่วคราว) เพื่อเดินทางต่อไปประเทศเบลเยี่ยมแล้ว การเดินทางจากเนเธอร์แลนด์เข้าเบลเยี่ยมก็แสนง่ายดายเพราะว่าทั้ง 2 ประเทศอยู่ในกลุ่มเชงเก้น (Schengen)

วีซ่าเชงเกน เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงเชงเกน (Schengen Agreement) ซึ่งเป็นข้อตกลงที่มีจุดประสงค์เพื่อทำให้ “การเคลื่อนไหวเสรีของบุคคล” อันเป็นหนึ่งในเป้าหมาย 4 ประการของตลาดร่วมยุโรป (อันได้แก่ การเคลื่อนไหวอย่างเสรีของสินค้า บริการ ทุน และบุคคล) เป็นจริงขึ้นมา

ดังนั้น ในปีพ.ศ. 2528 ประเทศสมาชิกประชาคมยุโรป 5 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม และ ลักเซมเบิร์ก จึงได้ร่วมกันลงนามในข้อตกลงเชงเกน เพื่อก่อตั้งชายแดนร่วมกัน (single external border) หรือในอีกความหมายหนึ่ง คือการมีเขตแดนที่ไม่มีการตั้งจุดตรวจ ณ ชายแดนระหว่างประเทศสมาชิก (territory without internal border control) เพื่อให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนของประเทศสมาชิกในข้อตกลงเชงเกนหรือไม่ก็ตามมีสิทธิที่จะเดินทางได้อย่างเสรีภายในบริเวณเชงเกน

ต่อมาภายหลัง มีประเทศสมาชิกประชาคมยุโรป/สหภาพยุโรปและประเทศยุโรปอื่นๆทยอยเข้าร่วมเรื่อยมา และประเทศที่ลงนามในข้อตกลงเชงเกนพบว่า การมีชายแดนร่วมกันทำให้มีความจำเป็นที่ต้องมีความร่วมมือกันในด้านอื่นๆนอกเหนือจากการมีวีซ่าท่องเที่ยวร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านนโยบายด้านผู้อพยพลี้ภัย หรือ ความร่วมมือด้านตำรวจและการศาล และเห็นว่าเพื่อความมีประสิทธิภาพในการร่วมมือกันดำเนินงานด้านดังกล่าว ควรจะให้มีการย้ายกรอบงานและมาตรการส่วนใหญ่ในข้อตกลงเชงเกนมาเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรปในสนธิสัญญาอัมสเตอร์ดัม

กลุ่มประเทศ Schengen ก็มี สวีเดนและประเทศอื่นๆในสหภาพยุโรปรวมทั้งสิ้น 15ประเทศ ได้แก่ เบลเยี่ยม เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส กรีซ ไอซ์แลนด์ อิตาลี ลักเซมเบอร์ก เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส เยอรมัน ออสเตรีย และสเปน



กฎระเบียบของ Schengen ระบุไว้ว่าหากได้มีการพำนักอยู่ใน Schengen เป็นระยะเวลา 3 เดือน หรือมากกว่า, การที่จะขอวีซ่าเข้าประเทศในกลุ่ม Schengen ได้อีกครั้งหนึ่ง นั้นจะต้องรอเป็นเวลา 3 เดือน ก่อนที่จะขอใหม่ได้

ซึ่งผู้ที่มาขอวีซ่าต้องมาดำเนินการด้วยตนเองและต้องแนบเอกสารประกอบการขอวีซ่ามาให้ครบถ้วน เนื่องจากเอกสารที่ไม่ครบถ้วนหรือการกรอกแบบฟอร์มที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนอาจส่งผลให้การขอวีซ่าถูกปฏิเสธได้ และหากต้องการยื่นเรื่องใหม่ภายหลังที่ถูกปฏิเสธไปแล้ว จะต้องแนบเอกสารประกอบการพิจารณามาใหม่ทั้งหมด

โอเค..พอทราบแบบพอกรุบกริบไปแล้วสำหรับวีซ่าเชงเก้น คราวนี้เราก็ออกเดินทางอย่างจริงๆ จังๆ ได้ซะที

เนื่องจากระยะทางจาก Rotterdam ไปเมือง Brugge ก็ประมาณ 175 กม. ดังนั้นเมื่อคณะเราถึงเมือง Brugge หัวหน้าทัวร์ของเราก็พาไปทานอาหาร (จีน) กลางวันทันที ไม่งั้นหัวหน้าทัวร์อาจโดนรุมกินหัวแน่ๆ เพราะเวลาในขณะนั้นกฌปาเข้าไปเกือบๆ บ่ายโมงแล้ว...อ้อ ลืมบอกไปว่าวันนี้อากาศค่อนข้างโอเค ก็ราวๆ 10 องศา ค่อนสบายขึ้นมาหน่อย

เมื่อเวลาผ่านพ้นราวๆ 1 ชม. พวกเราก็อิ่มกันอย่างต็มที่และก็พร้อมที่จะเริ่มโปรแกรมทัวร์ในรอบบ่ายทันที ซึ่งหัวหน้าทัวร์ก็ไม่รอช้า พาลูกทัวร์ 35 คนไปนั่งรถม้าชมเมือง ซึ่งราคาก็อยู่ที่คนละ 11 ยูโร ลักษณะรถม้าก็เป็นแบบรถสองแถวในบ้านเรา โดย 1 Carriage ก็นั่งประมาณ 17 คน....แต่....ม้าละซิ มีแค่ตัวเดียว น่าสงสารยิ่งนัก เพราะน้ำหนักของผู้โดยสารแต่ละคนก็ไม่ใช่น้อยๆ เฉลี่ยคนละ 60 กิโล คูณไป 17 คน ... โอวแม้จ้าว เจ้าม้าตัวน้อยต้องลากคนน้ำหนักรวมถึงร่วมๆ 1000 กิโลไปรอบๆ เมือง เป็นเวลา 45 นาที ... เฮ้อคุ้มกับคนละ 11 ยูโรมั๊ยหนอ



โดยการนั่งรถม้านี้เรานั่งตามแบบขุนนางยุโรปสมัยโบราณเพื่อย้อมอดีตสู่ชีวิตชาวยุโรปเมื่อ 500 ปีที่แล้ว โดยเมือง Brugge ได้รับฉายาว่าเป็น “เวนิสแห่งทิศอุดร” เพราะภายในเมืองประกอบด้วยลำคลองหลายสายและมีสะพานข้ามคลองอย่างน้อย 55 แห่ง เพราะคำว่า Brugge ในภาษาเฟรมมิช (ภาษาท้องถิ่นของประเทศเบลเยี่ยม) แปลว่า สะพาน นั่นเอง

หลังจากทรมานม้าแก่ไป 45 นาที เราก็ไปเดินชม “โบสถ์พระโลหิตศักดิ์สิทธิ์” (the Basilica of the Holy Blood) ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค โดยเป้นสถานที่เก็บกระบอกหินประดับคริสคัลที่เชื่อกันว่าภายในบรรจุหยดพระโลหิตของพระเยซู โดยพวกครูเสดนำกลับมาเมื่อราวปลายปีศตวรรษที่ 12





ไมไกลกันมากนักก็จะพบ “โรงพยาบาลเซนต์จอห์น” ที่มีอายุเกือบ 800 ปี ซึ่งภายในมีร้านขายยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและยังคงจ่ายยาให้คนไข้จนถึงทุกวันนี้ (น่าเสียดายที่ตอนนั้นเค้าปิดปรับปรุงร้านขายยาชั่วคราว เลยไม่สามารถถ่ายรูปมาอวดทุกๆ คนได้)







เดินเล่นไปเรื่อยๆ ก็มาถึง “โบสถ์อ๊อฟ อาวร์ เลดี้ (The Church of Our Lady) โดยภายในมีรูปปั้นพระแม่มารีกับพระบุตร ถือเป็นประติมากรรมชั้นเอกของไมเคิล แองเจโล ซึ่งพ่อค้าชาวบรุจจ์ซื้อและนำมาจากประเทศอิตาลีในช่วงศตวรรษที่ 16





เฮ้อ...เดิน 3-4 ที่นี้เหนื่อยเอาเรื่องอยู่เหมือนกันเพราะเค้าว่ากันว่าหากต้องการชมเมือง Brugge ให้ได้อรรถรสก็ต้องเดิน เดิน เดิน และเดินเท่านั้น ดังนั้นพอเดินจนครบ 3 ที่แทบอยากกลับไปนอนจริงๆ เพราะว่าแต่ละที่มีข้อมูลในการไปเขียนต้นฉบับอย่างเต็มเปี่ยม พอซัก 4 โมงเย็นทุกคนก็ขอกลับโรงแรมกลับไป check-in เพื่อพักผ่อนซักครู่แล้วออกมาทานอาหารเย็นกัน

และโรงแรมที่เรามานอนกันในเมือง Brugge ก็คือ “NH Brugge” ว๊าววว เป็นโรงแรมที่น่ารักไปอีกแบบ แถมแต่ละห้องกห็มีเครื่องทำกาแฟอย่างไฮโซทีเดียว ทำให้คอกาแฟอย่างเราปลื้มเป็นที่สุด





อย่างงั้นก็ขอจบรายการทัวร์ของวันที่ 3 นี้อย่างดื้อๆก็แล้วกันเพราะผู้เขียนต้องขอไปจิบกาแฟร้อนๆ แก้หนาวซะหน่อย แล้วจะรีบมาต่อวันที่ 4 นี้เร็วๆ จ้ะ
Logged
shangpi
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 0
Offline Offline

Posts: 3,540


พุทโธ ธัมโม สังโฆ


« Reply #12 on: November 03, 2008, 12:29:30 PM »

เขียนเก่งมากเล้ย น้องกอฟฟ ยังกะนั่งอ่านนิตยสารท่องเที่ยวอยู่เลย...ชอบมากกก ถ้ามีโอกาสก็จะไปเที่ยวตามน้องกอฟฟนะจ้าาาา แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร...ไว้ไปเที่ยวที่อื่น แล้วมาหัดเขียนเหมือนน้องกอฟฟ คงจะพอกล้อมแกล้มนะจ้าาาา Grin Grin

ปล อย่าลืมมาอัพเดทเร็วๆๆ น้าา พี่คอยตามอยู่จ้าาา
น่าจะไปอิตาลีอีกสักประเทศเนอะ...ถ้าจะได้ข้อมูลเยอะอยู่น้าาา
Logged

...ช้างเอยช้างน้อย ความรู้เจ้ายังด้อยเร่งศึกษา..หุ หุ หุ..
shangpi
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 0
Offline Offline

Posts: 3,540


พุทโธ ธัมโม สังโฆ


« Reply #13 on: November 05, 2008, 03:26:27 PM »

แวะมาตามข่าวทัวร์วันที่สี่อยู่นา น้องนา  ว่างเมื่อไร อย่าลืมมาอัพเดทด้วยนะจ้าาา Grin Grin
Logged

...ช้างเอยช้างน้อย ความรู้เจ้ายังด้อยเร่งศึกษา..หุ หุ หุ..
Goffy
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 1
Offline Offline

Posts: 1,516


Are you HOT enough ?


WWWCode 40
« Reply #14 on: November 05, 2008, 03:43:01 PM »

แวะมาตามข่าวทัวร์วันที่สี่อยู่นา น้องนา  ว่างเมื่อไร อย่าลืมมาอัพเดทด้วยนะจ้าาา Grin Grin

กำลังเร่งอยู่จ้ะจ๋า  พอดีตอนนี้ต้องเร่งปิดต้นฉบับที่ทำงานอยู่อ่ะ ให้ทันศุกร์นี้ กว่าจะ edit/proof อีก..ยังไงไม่นานเกินรอน้าฮ้า
Logged
Pages: [1] 2 3   Go Up
Print
HuSoNU  |  ห้องใหญ่ศิษย์เก่า HuSoNu.com  |  ท่องไปในโลกกว้าง (Moderators: Chanchai & Malee, Goffy)  |  Topic: @ Review : Trip (Netherlands – Belgium) by Goffy
Jump to:  





Designed by Holy IT | Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC