เทพยาดา นางฟ้าของติวตอนิค

ถ้าเทียบกับกับไทยก็อาจเรียกได้ว่าพวกภูต,พราย ส่วนใหญ่คิดว่าเป็นนางไม้ตัวเล็กๆประจำภูเขาหรือป่า แบ่งได้เป็นสองพวกคือ Good Elf และ Dark Elf
พวกแรกมีนิสัยขี้เล่นซุกซน ลักษณะของภูตพวกนี้จะคล้ายๆกับคนธรรมดา บางประเภทตัวเท่ามนุษย์ บางประเภทตัวเล็กกระจ้อยร่อย แต่ที่กล่าวเหมือนกันคือจะมีหูที่แหลมยาว และมีปีกคล้ายแมลงปอ มีบางประเภทที่เป็นนักรบมีอาวุธประจำกายคือธนูและหอก สามารถยิงธนูและปาหอกได้แม่นยำมาก พวกพรายนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่บริสุทธิ์ที่สุด เพราะเป็นพวกที่มาจากเทวดาอีกที มีเวทย์มนตร์เล็กๆน้อยๆ
ส่วนพวกDark Elfนั้นเป็นพวกที่มีลำตัวเตี้ย รูปร่างแคระแกร็น หน้าตาน่าเกลียด ชอบแกล้งมนุษย์โดยเฉพาะเด็ก ชอบทำให้เกิดฝันร้าย และบางพวกนั้นดูดเอาพลังชีวิตของสิ่งมีชีวิตอื่นมาเป็นพลังงานของตน
เคยเจอว่าบางตำนานได้พูดถึงพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์บาง ของพวกเอลฟ์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำ
ครุฑ (หรือ การูด้าในภาษาอื่นๆ)

เป็นพญานกที่ควบคุมเหล่าสัตว์ปีกและอาณาเขตบนท้องฟ้า มาจากตำนานอินเดียเก่าแก่ที่แผ่อิทธิพลไปยังประเทศอื่นๆในแถบเอเชียอย่างกว้างขวาง
ครุฆนั้นจะมีลักษณะเป็นพญานกขนาดใหญ่ จงอยปากแบบนกอินทรีย์ ตาโตกลมใหญ่ มีปีกที่กว้างและใหญ่มาก ส่วนของศีรษะและลำตัวด้านล่างเป็นนก มีลำตัวส่วนบนถึงกลางลำตัวเป็นแบบมนุษย์ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ(ชายฉกรรจ์)
พละกำลังอำนาจก็มีมาก แรงของปีกไม่ต้องพูดถึง จงอยปากแข็งแรงขนาดหิ้วพญาช่างสารได้เป็นตัวๆ ฉลาดและมีปัญญาสูงส่ง แต่อุปนิสัยค่อนไปทางใจร้อน ดุดัน ฉุนเฉียว รักและหยิ่งใยศักดิ์ศรีของตน
ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู ครุฆนั้นเป็นพาหนะประจำตัวของพระวิษณุ เนื่องมาจากเหตุบาดหมางกับพญานาคราช(ศัตรูคู่แค้นกันทีเดียว)
บางตำนานของฮินดูกล่าวว่า เป็นสัญลักษณ์แทนแสง(รัศมี)ของพระอาทิตย์ บ้างว่าเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่ของเทพแห่งไฟเพระว่าตอนที่ครุฆกำเนิดออกมา ตัวจะสว่างจ้าและเปล่งแสงสะท้อนเหมือนลูกไฟหรือด้วงอาทิตย์
กริฟฟิน

เป็นสัตว์ในเทพนิยาย ร่างกายเป็นครึ่งอินทรี ครึ่งสิงโต โดยส่วนหัวและปีกเป็นอินทรี ส่วนตัวเป็นสิงโต และมีหางเป็นงู บางจำพวกก็มีหางของสิงโต
ตามตำนานแล้ว กริฟฟิน เป็นสัตว์เทพผู้พิทักษ์เหมืองทองคำ(ตัวจึงออกสีทองเกือบทั้งตัว) และทรัพย์สมบัติทั้งหลายแหล่ที่เป็นทอง และเป็นผู้ลากรถม้าของพระอาทิตย์(อพอลโล) กรงเล็บแหลมคม ดุร้ายแต่เชื่องต่อเจ้าของ เรื่องพละกำลังและความไวก็ไม่เป็นสองรองใคร