Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
February 05, 2012, 11:17:14 AM
 
Alternative Banner: Flash player 8 + JavaScript support are required
 
 
HuSoNU  |  ห้องใหญ่ศิษย์เก่า HuSoNu.com  |  ห้องสมุด HuSoNu (Moderator: ปลองทา30)  |  Topic: นางพิมพิลาไลย เธอเลวจริงหรือ?
Pages: [1]   Go Down
Print
Author Topic: นางพิมพิลาไลย เธอเลวจริงหรือ?  (Read 2580 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
Goffy
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 1
Offline Offline

Posts: 1,516


Are you HOT enough ?


WWWCode 40
« on: November 13, 2008, 08:45:43 PM »

หลายๆท่านที่เป็นนักอ่านวรรณคดีหรือมีความรู้ทางภาษาพอสมควรก็คงจะคุ้นเคยกับวลีทำนองสาปแช่งผู้หญิงที่หลายใจและมากรักว่า “นางโมราห์ นางกากี นางวันทองสองใจ” เพราะนับแต่ที่จำความและเรียนภาษาไทยมา เราทุกคนต่างรู้และตราหน้าหญิงนางนี้ว่าเลวมาทุกยุคทุกสมัย

สำหรับกรณีของนางในวรรณคดีสองคนแรกนั้นก็ดูจะเข้าเค้าสมกับความมากรักในหลายบุรุษอยู่บ้าง เพราะนางกากีก็ล้วนยอมให้ชายอื่นอุ้มไปมาโดยสะดวก ส่วนนางโมราห์เองก็ยอมมอบตัวถวายกายให้ชายอื่นเชยชมเป็นว่าเล่น

หากแต่เมื่อได้อ่านเรื่องราวของนางวันทองโดยละเอียดแล้ว ยิ่งสงสัยว่านางวันทองคือหญิงสองใจดั่งคำครหาจริงๆหรือ? หากใครที่เคยชมภาพยนตร์ ละคร หรืออ่านงานเขียนเรื่อง “ขุนช้าง – ขุนแผน” (ซึ่งตัวเองก็ดูแต่ฉบับภาพยนตร์ที่ฉายไปเมื่อหลายปีก่อน) ก็คงจะรู้เรื่องราวความรักสามเส้าของตัวละครเอกทั้งสามคือขุนแผนกับขุนช้างที่มีต่อนางพิมพิลาไลย (ต่อมาจะเปลี่ยนชื่อเอาเคล็ดเป็น “นางวันทอง”) เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะพ่อพลายแก้วรูปงาม ผู้ซึ่งต่อมาจะได้เป็น “ขุนแผนแสนสะท้าน” ขุนศึกในโลกวรรณคดีที่ได้รับการยกย่องว่าเก่งทั้งรบทั้งรักและวิชาอาคมที่ชายไทยหลายๆคนยกย่องเป็นวีรบุรุษที่ควรเอาเป็นแบบอย่าง

หากแต่ตัวละครหลักอย่างขุนช้างกับนางวันทองนั้นมีชะตากรรมและการยอมรับที่ต่างไปอย่างลิบลับ

ขุนช้าง ชายอัปลักษณ์ผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นคนเห็นแก่ตัวที่แย่งเมียรักของชาวบ้านด้วยกลวิธีอย่าง “หน้าด้านๆ”

นางวันทอง หญิงงามผู้ถูกตราหน้าว่ามักมากเห็นแก่เงินจนยอมทิ้งผัวตัวเองไปอยู่กับชายอื่นอย่างไม่อายฟ้าดิน ซึ่งก็นับว่า “หน้าด้านไม่แพ้กัน”

จึงอยากใคร่ถามท่านทั้งหลายว่า..ทั้งสองผิดจริงหรือเปล่า?

เพราะถ้าท่านทั้งหลายมองโลกเพียงด้านเดียวและรับความรู้ที่ถูกเสี้ยมสอนมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะก็...แน่นอน ขุนช้างและนางพิมพิลาไลยก็เลวสมกับใจท่านแน่ หากแต่พอได้เปิดใจรับฟังและคิดอ่านมองในมุมกลับกันแล้ว ก็ได้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไปอย่างลิบลับเช่นกัน

ขุนช้าง คือตัวแทนของชายผู้รักมั่นในหญิงเดียว หากแต่เพราะกิเลสตัณหาบังตาจึงทำให้เขายอมทำทุกอย่างเพื่อชิงนางพิมพิลาไลยมาเป็นของตน ซึ่งประเด็นในข้อนี้ก็ไม่ปฏิเสธและมิอาจเห็นชอบรับได้

ส่วนนางพิมพิลาไลยนั้นเล่า เรามองว่าเธอก็เป็นตัวแทนของหญิงสาวปุถุชนสามัญธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง พิมพิลาไลยก็เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาๆที่เมื่อปักใจรักใครเข้าแล้ว ก็ย่อมคิดจะรักใครอย่างสุดหัวใจอย่างที่ผู้อ่านหญิงหลายๆคนรู้และเข้าใจ

หากแต่เพราะคนที่เธอรักที่สุดอย่างขุนแผน (ที่ท่านชายทั้งหลายกย่องนักหนา) ได้ทำการย่ำยีหัวใจของเธออย่างถึงที่สุดด้วยการมีหญิงอื่นอย่างแม่สายทองและแม่นางลาวทอง (รายนี้ได้มาเพราะเจ้าเมืองเชียงของยกให้ – แต่ก็ดูฟังไม่ขึ้นอยู่ดี)

ซ้ำร้าย ผู้เป็นแม่ (นางศรีประจันต์) กลับหลงคำลวงและเห็นแก่เงินทองจนได้ “ขายนาง” ให้กับขุนช้างสมกับที่ตนเป็นนางเศรษฐินีผู้ช่ำชองในการค้า

...จึงอยากถามว่า “เธอเลวตรงไหน?”

แล้วขุนแผนฯ ผู้กล้าที่ท่านชายทั้งหลายยกย่องเล่า? 

สำหรับเรื่องความเก่งกล้าสามารถแล้ว ต้องยอมรับว่าขุนแผนฯนับว่าเป็นขุนศึกไร้เทียมทานอีกผู้หนึ่งในโลกวรรณคดีไทย หากแต่ถ้าเทียบในฐานะชายคนรักแล้ว ขุนแผนนับว่ามิใช่ชายคนรักที่ได้เรื่องเอาเสียเลย ขนาดบวชเณรก็ยังลอบมาเสพเมถุนกับนางพิมพิลาไลย ซ้ำก่อนกลับก็ยังแอบไปล่วงประเวณีกับนายสายทองอีกผู้หนึ่ง

คราวยกทัพปราบเมืองเชียงของ ก็ยังเอานางลาวทองมาเป็นเมียอีกผู้หนึ่ง นับว่าเป็นการผิดต่อนางพิมพิลาไลยอีกคราว..คราวต้องหนีโทษราชภัยก็ยังเอานางบัวคลี่มาเป็นเมียอีกผู้หนึ่ง ซึ่งต่อมาก็มีลูกด้วยกันแล้วฆ่าผ่าท้องเอาลูกมาทำกุมารทองในภายหลัง นับแต่นั้นมา ขุนแผนจะมีเมียอีกกี่ผู้นาม ก็ไม่อาจทราบรู้ได้อีก

แต่ขอถามทั้งหลายว่า “นี่น่ะหรือคือชายที่ควรยกย่องในฐานะผู้นำเรื่องความรัก?”

ในท้ายที่สุด ทุกตัวละครต่างต้องรับกรรมที่ตนก่ออย่างหลีกเลี่ยงมิได้ทั้งสิ้น...โดยเฉพาะขุนช้าง ขุนแผน และนางศรีประจันต์ ทั้งสามต่างมีใจรักในนางวันทองยิ่งสิ่งใดเหมือนกัน สองคนแรกรักในฐานะหญิงในดวงใจ ส่วนคนหลังนั้นรักในฐานะลูกสาว แต่ทุกคนกลับทำการสิ่งใดๆโดยมิได้คำนึงถึงจิตใจของนางพิมพิลาไลยเลยแม้แต่น้อย...

ในที่สุดแล้ว ทั้งสามก็กลายเป็นผู้ผลักไสส่งให้เธอกลายเป็นหญิงในสายตาของผู้คนทั้งปวง และทำให้นางต้องตายโดยไร้ความผิดทั้งปวง

ในท้ายที่สุดนี้ จึงอยากถามท่านทั้งหลายว่า “ใครผิดในเรื่องขุนช้างขุนแผน?”
Logged
NT
นิสิต ป.โท
*****

Popular Vote: 0
Offline Offline

Posts: 575



« Reply #1 on: November 18, 2008, 05:14:47 PM »

คนแต่งเรื่องซิผิด Wink
Logged
Goffy
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 1
Offline Offline

Posts: 1,516


Are you HOT enough ?


WWWCode 40
« Reply #2 on: November 18, 2008, 06:50:28 PM »

คนแต่งเรื่องซิผิด Wink

อ้อ...นึกว่าแกสโซฮอล์..ผิด ...อิอิ
Logged
Last-SWUP
ว๊ากเกอร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 0
Offline Offline

Posts: 4,972



« Reply #3 on: November 20, 2008, 10:59:30 AM »

คนแต่งเรื่องซิผิด Wink

อ้อ...นึกว่าแกสโซฮอล์..ผิด ...อิอิ
...อ้าวววว..คิดด้ายงัย.. Grin
Logged
เสริม
Administrator
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 3
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 9,631



« Reply #4 on: January 14, 2009, 05:29:12 PM »

อืม เพิ่งได้มีโอกาสเข้ามาอ่าน.  Smiley


เป็นเรื่องน่าคิดนะครับ เรื่องนี้  แต่ไม่ใช่ในบริบทของคำว่า "ใครผิด"

เพียงแต่ผมอยากมองผ่านกาลเวลาย้อนเข้าไปในสมัยนั้นจริงๆ
หากทำได้ คงได้มีโอกาสพูดคุย หรือสนทนาหาสาระ และ
ซึมซับวิธีคิดของผู้แต่ง ซึ่งคงมีชีวิตร่วมสมัยกับตัวละครในเรื่องนี้
เป็นแน่

แค่อยากรู้ว่า ผู้คนในสมัยนั้น เค้ามีทัศนะคติกับผู้ชายหลายเมียยังงัย
และทัศนัคติที่มีต่อเพศหญิงที่มีสามีมากกว่าหนึ่งอย่างไร

ในฐานะชาวมนุษยศาสตร์ อย่าลืมว่า วรรณกรรมย่อมสะท้อนสังคม
ในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ ซึ่งต้องร่วมสมัยกับผู้แต่งวรรณกรรมนั้นๆ

สังคมมันมีพลวัตร ค่านิยมก็มีการเปลี่ยนรูปไปตามตัวแปรต่างๆ

เวลาเปลี่ยน ทุกอย่างก็เปลี่ยน
เราคงต้องสร้างกรอบการมองก่อน ว่ากรอบการมองของเรานั้น
ใช้ปี พศ.ไหนเป็นบรรทัดฐานในการมอง

แหมพูดยังงี้ฝ่ายหญิงก็เริ่มตาเขียวใส่ซะแล้ว
พอดีกว่า เดี๋ยวกลายเป็นเรื่องสิทธิสตรีไปอีกเน๊าะ.... Grin

แต่ยังงัยก็แล้วแต่...
นี่ก็ปี 2552 เข้าไปแล้ว

ทำไมผมถึงยังอยากเป็นขุนแผนเสียจังก็ไม่รู้....... Grin
แล้วจะมีผู้ชายคนใดเป็นเหมือนผมบ้างหรือเปล่า นี่สิยังสงสัย  Smiley




Logged
molwatoo
Guest
« Reply #5 on: January 15, 2009, 12:07:01 PM »

เห็นด้วยคะพี่
เวลาเปลี่ยน ทุกอย่างก้อเปลี่ยน ความคิดก้อเปลี่ยนไปได้

ทำไมผมถึงยังอยากเป็นขุนแผนเสียจังก็ไม่รู้.......
แล้วจะมีผู้ชายคนใดเป็นเหมือนผมบ้างหรือเปล่า นี่สิยังสงสัย


นึกแล้ว ว่าพี่สมภาร ต้องอยากเป็นพ่อขุนแผน  Grin
เอ....น้องจ๊ะโอ๋ ไปไหน แล้วเนี่ย  Huh?
Logged
เสริม
Administrator
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 3
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 9,631



« Reply #6 on: January 17, 2009, 09:46:37 AM »

น้องจ๊ะโอ๋งานคงยุ่งมั๊ง ไม่มาเยี่ยมเยียนกันเลย

งานผมก็ยุ่ง เดี๋ยวงานซา ลงหน่อย จะมาเทคแคร์ดูแลกันเหมือนเคย  Grin
Logged
Waterworld
HuSoNu PR.
ศาสตราจารย์
****

Popular Vote: 0
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,763


save the world ^ o ^


« Reply #7 on: May 02, 2009, 04:34:41 PM »

คนแต่งผิดสิคะเจ้

ผิดที่ไม่มีเราในเรื่อง คิคิ
Logged

I am beautiful no matter what they say 
^ o ^
patamarat
ศาสตราจารย์
****

Popular Vote: 4
Offline Offline

Posts: 3,093


ยังคิดถึงกันอยู่เหมือนเดิม


« Reply #8 on: September 06, 2009, 07:17:57 PM »

ถ้าจะมองเชิงวิเคราะห์...ผู้หญิงสมัยโน้นไม่มีสิทธิในการโต้แย้งเหมือนผู้ชาย การแสดงออกซึ่งความรู้สึกนึกคิดก็ทำได้ลำบาก..ถึงแสดงความคิดได้ก็ไม่มีใครยอมรับ..เพราะสมัยนั้นถือว่าผู้ชายเป็นผู้รู้มีเหตุมีผลมากกว่าผู้หญิง..(แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย) นางวันทองจึงตกอยู่ในสภาพจำยอม..ยอมรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับตนเองด้วยความจำใจ...
พอจะอธิบายก็จะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนปากร้าย..ไม่มีความเป็นกุลสตรี
(เฮ้อ.....น่าสงสาร)
Logged
JANE
สต๊าฟเชียร์
น้องใหม่
*****

Popular Vote: 0
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 137


free4sms at http://www.khum.net/r?benyapa71


« Reply #9 on: February 28, 2010, 03:54:52 PM »

 

ถ้าให้มอง มันเป็นผลกระทบตอความเสมอภาคและความเปนธรรมระหว่างหญิงชาย (Gender Justice) ในสมัยก่อนนะ หากให้มองจริงๆ เพศสัมพันธ์เป็นสิ่งสวยงามและสามารถให้ความสุขแบบไม่ปนทุกข์ได้ ถ้าใช้อย่างถูกต้อง บนพื้นฐานของความรู้ความเข้าใจและความพร้อมของทั้งสองฝ่าย


แต่สังคมปัจจุบันโดยรวม มีสภาพให้เห็นว่า .....
ผู้ชายบางคนและส่วนใหญ่ของสังคมทั่วโลก
ชอบที่จะเอาเปรียบผู้หญิง เห็นแก่ตัว
ชอบเอาผู้หญิงเป็นสินค้า เป็นเครื่องรองรับอารมณ์ทางเพศ ...!!!


รู้สึกว่า ..... ผู้หญิงรุ่นก่อนๆ จำเป็นต้องผูกมัดผู้ชายสักคนไม่ว่าเธอจะต้องการเค้าหรือไม่ก็ตาม นั่นเป็นเพราะความกดดันทางสังคมและความจำเป็นที่ต้องมีผู้หาเลี้ยง แต่ปัจจุบันสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป ผู้หญิงสมัยนี้สามารถดำรงชีพในสังคมได้อย่างสบาย โดยไม่ต้องมีผู้ชายในชีวิตเลย เราสามารถหาเลี้ยงตัวเองและประกอบอาชีพที่น่าสนใจ มีเพื่อนฝูงมากมาย จะไปเที่ยวไหนๆ ก็ได้ เราจึงเข้าใจว่าการมีชีวิตคู่นั้น ทำให้เราสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองมากไป

ตรรกะนี้....ยาว
สังคมไหนๆ ก็คงชอบปักป้าย เพื่อเลือกปฏิบัติและควบคุม การมีบทรักหลังพิธีกรรมแต่งงานย่อมได้รับการยอมรับเป็น "คนดี" ในขณะที่ซ่องหรือการบำเรอกามชายอย่างเป็นระบบ ( ปัจจุบันแทบจะเป็นสถาบันทางการ ) คือ กิจกรรมของผู้หญิงเลวกับเพศชายที่ขับเคลื่อนด้วยแรงขับดันทางเพศและสมควรที่ จะต้องปลดเปลื้อง (ผู้หญิงก็อาจต้องการปลดเปลื้องมีเหมือนกัน)  ยังไม่มีการเก็บสถิติว่าผู้หญิงที่ผ่านบทรักดื่มด่ำหลังลั่นระฆังวิวาห์และ ถูกซ้อมมันมีเท่าไหร่ ....มันชอบธรรมชะมัด แล้วยังไง...ในสังคมแบบปิตุลาธิปไตยแบบบ้านเรา...ที่นี่สูงต่ำ ดำขาวมันก็เป็นเรื่องสมมุติและเป็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจอยู่ อยู่ที่ใครพูด บริบทแวดล้อมคนพูดเป็นอย่างไร โอ๊ย ปวดหัวกะตรรกะนู๋ป่ะคะ


 

Logged

เลิกสรรญเสริญตัวเองทีว่าดีเลิศ เลิกบำบัดอารมณ์ด้วยคมคำฟุ่มเฟือยเยี่ยงกาฝาก คบคนพาลถ้าจริงใจก็ไม่ผิด คบบัณฑิตไม่จริงใจก็ไร้ผล
มีเพียงสองสิ่งเท่านั้นที่หาจุดสิ้นสุดไม่ได้คือ จักรวาลกับความโง่ของมนุษย์ แต่ข้าพเจ้าไม่ค่อยมั่นใจนักกับสิ่งแรก --Albert Einstein--
Pages: [1]   Go Up
Print
HuSoNU  |  ห้องใหญ่ศิษย์เก่า HuSoNu.com  |  ห้องสมุด HuSoNu (Moderator: ปลองทา30)  |  Topic: นางพิมพิลาไลย เธอเลวจริงหรือ?
Jump to:  





Designed by Holy IT | Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC