http://www.dailyworldtoday.com/columblank.php?colum_id=18818 คอลัมน์
โต๊ะกลมระดมความคิด
จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
ปีที่ 10 ฉบับที่ 2449 ประจำวัน จันทร์ ที่ 29 ธันวาคม 2008
โดย ดุษฎี ศรียะลา
เรื่องของแบงก์ปลอม ฝีมือของแก๊งใดกันแน่?
เรื่องของแบงก์พันปลอมกลายเป็นข่าวสารที่ร้อนแรงเป็นพิเศษเมื่อสัปดาห์ก่อน เข้าใจว่าจนถึงสัปดาห์นี้ประชาชนยังให้ความสนใจ ตลอดจนวิตกกังวลต่อปัญหาของธนบัตรปลอม ซึ่งคาดกันว่ายังคงเป็นโรคระบาดที่รัฐบาลชุดปัจจุบันและฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะ ต้องสะสางเพื่อหาคำตอบให้ได้?
กรณีของธนบัตรปลอมที่ส่งผลให้พวกพ่อค้าแม่ขายต้องร้องไห้ฟูมฟายนี้คือเรื่อง หนึ่งที่เป็นยาดำแทรกเข้ามา มีผลทั้งทำร้ายและทำลายระบบเศรษฐกิจของประเทศ เราคงจะไปมองว่าเป็นเพียงสิ่งที่เดือดร้อนกันไม่มากนักของแม่ค้าที่อยู่ตาม ตลาดสด ตลาดแบกับดิน เป็นพวกรายเล็กรายน้อยที่ไม่ส่งผลอะไรชัดเจน หากประเมินและเข้าใจเห็นเป็นปัญหาที่ไม่ใหญ่โตนัก คิดกันอย่างนี้ถือว่าใช้ไม่ได้ เป็นทรรศนะในแบบอย่างของการปัดสวะให้พ้นตัว...
แหล่งข่าวระดับลึกยังมีข้อมูลอีกหลายมุมมองที่แตกต่างไปจากข่าวสารซึ่งปรากฏ อยู่บนพื้นที่ของสื่อทั่วไป แสดงหลักฐานชี้ให้เห็นว่า “แบงก์ปลอมคราวนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่มาก มิใช่มีเพียงเฉพาะแบงก์พันอย่างเดียว แต่ยังมีแบงก์ห้าร้อย แบงก์ร้อย แบงก์ห้าสิบ แบงก์ยี่สิบปลอมปรากฏให้เห็นอยู่ด้วย ชั่วเพียงแต่ว่ากรณีของแบงก์พันค่อนข้างจะพบเจอมากที่สุด ปัญหาจึงน่าพิจารณาว่าเงินปลอมที่ระบาดหนักมันเป็นเรื่องของบรรดาแก๊งเล็ก แก๊งน้อยที่มีทักษะฝีมือสูง หรือเป็นรายการในระดับมหภาค มิใช่พวกโจรกระจอกงอกง่อยมิจฉาชีพธรรมดาสามัญที่ไร้ความลึกลับ แต่คือกระบวนการอันสลับซับซ้อนทำความเข้าใจได้ยาก เป็นกลุ่มระดับมีอำนาจใหญ่คับฟ้า รวมทั้งอาจเป็นปัญหาซึ่งฝ่ายเจ้าหน้าที่เอื้อมมือเข้าไปแตะต้องได้ยาก...ซ้ำ พวกขบวนการนี้อาจจะยิ่งใหญ่และแน่นหนามากกว่าที่เราคิดเอาไว้เสียอีก!”
หากเราย้อนหลังกลับไปในอดีต สถานการณ์คล้ายกันนี้เคยมีให้เห็นในรัฐบาลของ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ช่วงนั้นปรากฏว่ามีการจับกุมอยู่หลายคดี แต่ก็ไม่สามารถที่จะสาวไปหาต้นตอใหญ่ได้ สุดท้ายเรื่องของแบงก์ปลอมก็ค่อยๆซาลงไปจนเงียบ ไม่มีใครจับเอามาพูดถึงกันอีก เป็นสไตล์ลักษณะข่าวสารของสังคมไทยเราที่ความจำมักจะไม่ยาวมากนัก ตื่นตัวและตื่นเต้นเป็นระยะช่วงสั้นๆและเป็นพักๆ แล้วทุกอย่างก็หายเงียบเข้ากลีบเมฆ?
สถานการณ์ใกล้เคียงกันนั้นมีข้อมูลหนึ่งที่หลุดลอดออกมา ธนบัตรปลอมที่เป็นแบงก์พันขณะนั้นจะมีรูปลักษณ์ภายนอกทุกอย่างเสมือนกับ ธนบัตรจริง 99.99% ข้อแตกต่างเพียงมีการรันนิ่งตัวเลขบนธนบัตรเป็นคนละตัวเลข
นี่เป็นข้อมูลน่าสนใจมาก กล่าวอีกอย่างคือกระบวนการครั้งนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องธรรมดา พร้อมทั้งมีข่าวสารวงในพาดพิงไปถึงเจ้าหน้าที่ IMF ซึ่งแสดงความไม่พอใจต่อการเกิดธนบัตรปลอมระบาดในลักษณะนั้น คาดกันว่าฝ่าย IMF รู้เรื่องแหล่งปลอมเงินขณะนั้นค่อนข้างชัดเจนว่า “มาจากแหล่งใด?” แต่แล้วจะด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบ หรือจะเกรงใจแหล่งต้นตอ เรื่องราวก็ค่อยเงียบหายไปจนไม่มีการพูดถึงอีก...นี่จึงเป็นปริศนาที่ควรมอง เพื่อเอามาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่เกิดกรณีแบงก์ปลอมในปัจจุบันนี้?
สถานการณ์แบงก์ปลอมในรอบใหม่ถ้าติดตามจากสื่อมวลชนทั่วไป ครั้งแรกที่มีการสะดุดทางการข่าวเห็นจะได้แก่กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม พบหลักฐานทั้งอาวุธและธนบัตรปลอมในรถของผู้ที่อ้างตนว่า “เป็นการ์ดพันธมิตรฯ” ช่วงเวลานั้นยังมีข่าวสารมากมายพูดถึงการใช้ธนบัตรปลอมบริเวณชุมนุมของม็อบ ที่ทำเนียบรัฐบาล...ข้อมูลข่าวสารนี้จะจริงเท็จอย่างไรคงไม่ทราบได้ แต่ตกเป็นข่าวบนหน้าสื่อสารมวลชนจริงๆแม้จะเป็นพื้นที่เพียงเล็กน้อยเท่า นั้น?
ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาเรื่องของธนบัตรปลอมก็ค่อยกระจัดกระจายออกไปกว้าง ขวาง จนเป็นปัญหาอยู่ทั้งสังคมไทย โดยเฉพาะในทางการข่าวได้ระบุว่าเริ่มมีแพร่กันหนักเป็นพิเศษบริเวณติดต่อชาย แดนกับประเทศเพื่อนบ้าน มิใช่เพียงกัมพูชาเท่านั้น...
ปัญหาธนบัตรปลอมที่ระบาดเข้าสู่ตลาดชายแดนน่าจะโน้มนำมาซึ่งวิกฤตใหญ่ของการ ค้าชายแดนต่อไป ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านไม่เชื่อถือในเงินบาท หันเข้าไปเรียกหาเพียงดอลลาร์เอามาทดแทน ความหวังที่เหลือทางเศรษฐกิจของระบบการค้าชายแดนก็จะถูกพังทลายลงมา กลายเป็นความสูญเสียอีกด้านที่คาดไม่ถึง!
ปัญหาของธนบัตรปลอมความจริงก็เป็นข่าวซุบซิบมาตั้งแต่ปี 2550 มีคนเกิดอุตริแนวคิดว่า ถ้าเศรษฐกิจถูกต่างชาติถอนทุนออกไปจะมีการพิมพ์ธนบัตรออกมาใช้จ่ายโดยไม่ ต้องอิงอยู่กับมาตรฐานใดๆในทางสากล แม้จะเป็นข่าวซุบซิบก็น่าพิจารณาถึงความสัมพันธ์ของเหตุการณ์
นอกจากนั้นยังมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างอีกว่า แหล่งระบาดของธนบัตรปลอมที่ใหญ่ที่สุดก็อยู่ในกรุงเทพมหานครนี่เอง แถวบริเวณถนนข้าวสารย่านบางลำพู ไม่ใช่บริเวณชายแดนหรอก?