Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
May 24, 2012, 09:24:08 PM
 
Alternative Banner: Flash player 8 + JavaScript support are required
 
 
HuSoNU  |  ห้องใหญ่ศิษย์เก่า HuSoNu.com  |  ห้องสมุด HuSoNu (Moderator: ปลองทา30)  |  Topic: สกู๊ปพิเศษ เกี่ยวกับ"คนหัวเถิก"ที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้
Pages: [1]   Go Down
Print
Author Topic: สกู๊ปพิเศษ เกี่ยวกับ"คนหัวเถิก"ที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้  (Read 1862 times)
0 Members and 2 Guests are viewing this topic.
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« on: March 29, 2009, 04:27:27 PM »

คนบนเน็ตเผย "คนหัวเถิก"คือหนึ่งในขบวนการศักดินาธิปไตย
12 พฤษภาคม 2551

" ปัญญาแห่งตน" นามแฝงของบุรุษนิรนามบนอินเตอร์เน็ต ได้ทำสกู๊ปพิเศษ เกี่ยวกับ"คนหัวเถิก"ที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้ โดยคำดังกล่าวมีที่มา จากนายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งได้กล่าวถึงบุคคลผู้นี้หลายครั้งผ่านทางรายการ "สนทนาภาษาสมัคร" แต่ก็ไม่มีการเฉลยว่าเป็นผู้ใดอย่างชัดเจน จะมีก็เพียงแต่คาดเดาต่างๆนาๆจากประชาชน บ้างก็ว่าเป็นนายสนธิ ลิ้มทองกุล บ้างก็ว่าเป็นนายปีย์ มาลากุล เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม สไลด์โชว์จำนวน 22 หน้า เปิดเผยข้อมูลของคนหัวเถิกที่นายกฯกล่าวถึง จัดทำโดยอดีตผู้จัดทำข้อมูลเรื่อง "ตีเสมอเจ้า"ที่เผยแพร่ทั่วโลกไซเบอร์ มาคราวนี้ฟันธงว่าคนหัวเถิกคนนี้ คือหัวหน้าแกนนำขบวนการศักดินาธิปไตย ซึ่งได้แก่คุณปีย์ มาลากุล นักสื่อสารมวลชนชั้นนำ ผู้อยู่เบื้องหลังฉากการทำพร็อพพาแกนด้าระดับชาติของไทยนี่เอง

(อ่านข้อมูลเพิ่มเติมจาก "ภาระกิจของคุณปีย์" โดย กาหลิบ)
Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #1 on: March 29, 2009, 04:28:25 PM »

คอลัมน์ เลือกคบไม่เลือกข้าง
หนังสือพิมพ์ โลกวันนี้ วันสุข
ปีที่ 9 ฉบับที่ 2268 ประจำวันศุกร์ ที่ 18 เมษายน 2008
โดย กาหลิบ

นับ เป็นเกียรติของคอลัมน์เล็กๆ นี้ที่จะได้เอ่ยถึงคนขนาดคุณปีย์ มาลากุล สักที คิดจะขอร้องให้ท่านบรรณาธิการใช้ตัวอักษรเท่าพาดหัวข่าวสำหรับครั้งนี้เป็น พิเศษ เพราะกลัวจะให้ความสำคัญกับบุคคลผู้เป็นข่าวน้อยเกินไป แต่ก็เกรงว่าเนื้อที่จะไม่พอ

ครับ คุณปีย์ มาลากุล เป็นคนสำคัญขนาดหนัก ผมจะเอ่ยถึงท่านสักทีก็คิดแล้วคิดอีกมาตลอดสงกรานต์ว่าควรหรือไม่ ถึงเวลาหรือยัง ในที่สุดก็ตัดสินใจว่าจะปล่อยให้เหตุการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ผ่านไปโดยที่ผู้ คนเขาไม่รู้ถึงบทบาทของคุณปีย์ออกจะเป็นการไม่สมควรยิ่ง

สำหรับคนที่ ไม่รู้จักหรือไม่ค่อยรู้จักคุณปีย์ ก็อาจจะนึกถึงการทำธุรกิจหลายอย่างของท่าน ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งนั้น อย่างธุรกิจการข่าวและประชาสัมพันธ์ในการก่อตั้งบริษัท แปซิฟิค อินเตอร์คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ท่านก็ผลิตงานสื่อออกมาหลายอย่าง ตั้งแต่นิตยสาร “ดิฉัน” ไปจนถึงทีมข่าวและสารคดีที่นำโดย ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล ทั้งทีม

คุณปีย์ท่านเป็นคนถือสันโดษ และรักษาความเป็นส่วนตัวสูงยิ่ง จึงนิยมทำงานผ่านเทคโนโลยีการสื่อสารและคอมพิวเตอร์มากกว่าจะเดินเข้าสำนัก งานไปเจอกับผู้คน นานๆครั้งก็ขึ้นไปบินอยู่บนอากาศด้วยเครื่องบินขนาดเล็ก ซึ่งหลายคนบอกผมว่าทำเพื่อแสวงหาความเป็นส่วนตัวอีกเหมือนกัน

แต่ไม่ ว่าจะอยู่เบื้องหน้าหรือเบื้องหลังก็ตาม คุณปีย์ก็ได้เล่นบทบาทอย่างต่อเนื่องในภารกิจด้านการประชาสัมพันธ์ในโครงการ ที่ออกจะใหญ่โตเสมอด้วยขนาดของประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ นั่นคือเป็นผู้วางยุทธศาสตร์หลักในการประชาสัมพันธ์ให้กับระบอบอำมาตยา ธิปไตย ความรู้สึกต่อต้านคุณทักษิณอย่างรุนแรงนั้นคงจะมาทีหลัง ก่อนหน้านั้นเป็นการทำให้แน่ใจว่าความเป็นประชาธิปไตยของเมืองไทยจะไม่มาก เกินจนกระทบกระเทือนต่อโครงสร้างเดิมของประเทศที่คุณปีย์เชื่อว่าเป็นโครง สร้างหลัก ภารกิจนี้ก็คล้ายกับของ พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ในการทำทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าบ้านนี้เมืองนี้ตั้งอยู่บนฐานของสถาบันสาม สถาบันคือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ นั่นแหละครับ ใครสนใจงานชั่วชีวิตของอาจารย์คึกฤทธิ์ ผมแนะให้ไปอ่านงานชั้นเยี่ยมที่แบ่งออกเป็น ๒ เล่มของอาจารย์สายชล สัตยานุรักษ์ แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันมีชื่อเรื่องว่า “คึกฤทธิ์กับประดิษฐกรรมความเป็นไทย” ผมอ่านมาแล้วสองรอบด้วยความจับใจ ว่างอีกก็จะอ่านอีก เพราะอ่านแล้วรู้เลยว่าความลุ่มหลงบางอย่างในบ้านเมืองนั้นมันมีเหตุของมัน จริงๆ

เยธัมมา เหตุปัปพวา จริงๆครับ อ่านหรือไม่อ่านก็ขอให้โปรดรู้ว่า บัดนี้สิ้นอาจารย์คึกฤทธิ์ไปแล้วก็มีอาจารย์ปีย์แล่นเข้ามาต่อกันอย่างไม่ ขาดตอน ของบางอย่างก็เลยกลายเป็นนิจจังท่ามกลางความเป็นอนิจจังทั้งหลาย ขณะนี้ผมได้ข่าวว่านักข่าวต่างประเทศหลายรายเริ่มหันมาสนใจบทบาทของคุณปี ย์มากขึ้น และคิดจะฉายไฟเข้ามาที่บุคคลท่านนี้มากขึ้น เพื่อให้สมกับความสำคัญ เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวแว่วเข้ามาว่าคุณปีย์กำลังเล่นบทบาทอย่างที่ฝรั่ง เรียกว่าคนที่อยู่เบื้องหลังผู้เป็นใหญ่ แบบไทยๆก็คงจะเรียกว่าเป็นคนหลังม่านหรือเสนาบดีตัวเอ้ พูดอะไรก็เป็นเสียงกระซิบกระซาบ แต่ดังก้องเหมือนพญาช้างสาร ขนาดจี้ให้เปลี่ยนตัวรัฐมนตรีของบ้านเมืองก็ยังทำได้
Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #2 on: March 29, 2009, 04:31:49 PM »







Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #3 on: March 29, 2009, 04:34:54 PM »







Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #4 on: March 29, 2009, 04:37:57 PM »







Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #5 on: March 29, 2009, 04:44:19 PM »







Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #6 on: March 29, 2009, 04:48:05 PM »







Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #7 on: March 29, 2009, 04:50:29 PM »





Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #8 on: March 29, 2009, 04:55:06 PM »

Quote
สืบเนื่องจากข่าวการให้คำสัมภาษณ์ของ ปีย์ มาลากุล ซึ่งมีเนื้อข่าวว่า

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?...00&catid=01

เจ้าบ้าน"ปีย์ มาลากุล"เปิดตัวยัน"สุรยุทธ์" ถก"3บิ๊กตุลาการ"ปัดวางแผนล้ม"แม้ว"แค่เพื่อนฝูงดินเนอร์

" ปีย์ มาลากุลฯ"เจ้าของบ้านเชิญ"สุรยุทธ์-บิ๊กตุลาการ-พัลลภ"กินข้าว เปิดตัว ยืนยัน ไม่มีการพูดเรื่องรัฐประหารโค่นล้ม"ทักษิณ" แค่ถกเรื่องขั้นตอนกฎหมายแก้วิกฤตบ้านเมืองหลังในหลวงทรงมีพระราชดำรัส เผยเชิญเพื่อนฝูงมาพบกันเป็นประจำ รวมทั้ง"แม้ว"ด้วย

นายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา( ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและพล..อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีต รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.)ระบุเป็นเจ้าของ บ้าน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ พบกับตุลาการระดับสูงเพื่อวางแผนโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ก่อนการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549) ให้สัมภาาณ์"มติชนออนไลน์" เมื่อวันที่ 28 มีนาคมโดยยืนยันว่า ในการพูดคุยกัน 7 คนที่บ้านประกอบด้วย พล.อ.สุรยุทธ์ พล.อ.พัลลภ นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ประธานศาลฎีกา นายจรัญ ภักดีธนากุล เลขาธิการประธานศาลฎีกา นายปราโมทย์ นาครทรรพ และ ตน ไม่มีการพูดเรื่องการวางแผนรัฐประหารหรือโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่เป็นการเชิญคนที่สนิทสนมและเป็นเพื่อนมารับประทานอาหารที่บ้านเพื่อพูด คุยถึงปัญหาบ้านเมืองซึ่งทำเป็นปกติอยู่แล้ว

นายปีย์กล่าวว่า การเชิญเพื่อนและคนที่มีความสนิทสนมมารับประทานอาหารเย็นที่บ้านเป็นประจำ อยู่ก็เพื่อให้เล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟังเพราะต้องการทันสถานการณ์เนื่องจาก มีอาชีพเป็นนักข่าวซึ่ง ในช่วงเวลาดังกล่าวหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัส กับตุลาการศาลปกครองสูงสุดและผู้พิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 เกี่ยวกับปัญหาวิกฤตของบ้านเมือง จึงได้เชิญนายอักขราทร ซึ่งเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ รวมทั้งนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ (ปัจจุบันเป็นองคมนตรี)มารับประทานอาหารที่บ้านในวันที่ 6 พฤษภาคม 2549 เพื่อคุยว่า จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองอย่างไรตามที่ทรงมีพระราชดำรัส จากนั้นได้โทรศัพท์ชวน พล.อ.สุรยุทธ์ พล.อ.พัลลภ และนายปราโมทย์ ซึ่งมีความสนิทสนมกันอยู่แล้วว่า อยากจะมาฟังหรือไม่

นายปีย์กล่าว ว่า ในวันที่ 6 พฤษภาคม ปรากฏว่า พล.อ.สุรยุทธ์ มาถึงบ้านที่สุขุมวิท 103เป็นคนแรก จึงนั่งคุยกัน จากนั้นอีกประมาณ 15 นาที นายอักขราทร นายชายชัย และนายจรัญ ภักดีธนากุล ซึ่งตอนนั้นเป็นเลขาธิการประธานศาลฎีกา(ปัจจุบันเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ) มาถึงพร้อมกัน โดยพล.อ.พัลลภและนายปราโมทย์ เดินเข้ามาบ้านพร้อมกัน จากนั้นจึงนั้นจึงขึ้นนั่งโต๊ะอาหารรูปทรงกลม โดย พล.อ.สุรยุทธ์นั่งขวามือของตน พล.อ.นั่งทางซ้ายมือ ส่วนตุลาการทั้ง 3 คน นั่งตรงกันข้ามเพื่อที่จะได้ซักถามสะดวก

นายปีย์กล่าวว่า ตนถามว่า ทางฝ่ายตุลาการว่า จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร ซึ่งทั้งนายอักขราทรและนายชาญชัยก็อธิบายว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสอย่างไรแบ้าง จนเข้าใจ และทางตุลาการมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไรในทางกฎหมายโดยไม่ได้ลงราย ละเอียดถึงตัวบุคคล แต่พูดถึงขั้นตอนในทางกฎหมายโดยนายอักขราทรและนายชาญชัย เป็นคนอธิบายเป็นหลัก ส่วนนายจรัญพุดน้อยหน่อยซึ่งจำไม่ได้ว่า พูดเรื่องอะไรบ้าง แต่หลังจากนั้นก็คุยกันเรื่องอดีตเก่าๆ เรื่องมโนสาเร่ จนกระทั่งเลิกประมาณ 4 ทุ่มกว่าและตนยังเดินไปส่งพล.อ.สุรยุทธ์และพล.อ.พัลลภ ซึ่งคนทั้งสองไม่เคยอยู่กัน 2 ต่อ2 เพราะมีตนนั่งคั่นอยู่ตรงกลาง เวลามีอะไรต้องคุยผ่านตน

"เรื่องที่เกิดขึ้นมันนานหลายปีแล้ว คนที่มากินข้าวไม่มีใครจำวันที่ได้สักคน ผมอายุ 72 แล้วก็จำไม่ได้ แต่เมื่อมีคนมาให้สัมภาษณ์ก็ต้องเปิดดูบันทึกของเลขาฯ เพราะต้องสั่งอาหารญี่ปุ่นจากโรงแรมดุสิตธานีจึงรู้ว่า เป็นวันนี้ ซึ่งมีแผนผังด้วยว่า ใครนั่งตรงไหนอย่างไร"นายปีย์กล่าว

เมื่อถามว่า ในการพูดคุยมีเรื่องเกี่ยวกับการล้มการเลือกตั้ง หรือไม่ นายปีย์กล่าวว่า มีการพูดถึงการเลือกตั้ง แต่จำไม่ได้ในรายละเอียด เพียงแต่ฝ่ายตุลาการมีการพูดถึงการทำตามขั้นตอนของกฎหมาย

"ยืนยันว่า ไม่มีการพูดเรื่องปฏิวัติ หรือพูดเรื่องตำแหน่ง ไม่มีทหารอยู่สักคนจะพูดเรื่องปฏิวัติได้อย่างไร"นายปีย์กล่าว

เมื่อ ถามว่า ทำไมเชิญพล.อ.พัลลภและนายปราโมทย์เข้าร่วมและร่วมในฐานะอะไร นายปีย์กล่าวว่า มีความสนิทสนมกับคนทั้งสองมานานแล้ว และตอนนั้น พล.อ.พัลลภกำลังดังเรื่องคาร์บอมบ์(คดีวางระเบิดพ.ต.ท.ทักษิณ) ส่วนนายปราโมทย์นั้น เขียนหนังสือเกี่ยวกับปฏิญญาฟินแลนด์และมีความรู้ทางด้านกฎหมายเลยเชิญมา ร่วม

เมื่อถามว่า พล.อ.พัลลภ ระบุว่า มีการประชุมวางแผนที่บ้านนายปีย์ถึง 3-4 ครั้ง นายปีย์ปฏิเสธโดยยืนยันว่า พบเพียงครั้งเดียว

" ผมดู พล.อ.สุรยุทธฺ์ให้สัมภาษณ์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่ที่พล.อ.พัลลภพูดไม่ตรง ก็แปลกใจว่า ทำไม"นายปีย์กล่าวว่า

เมื่อถามว่า เคยสนิทสนมกับพล.อ.พัลลภมาก่อน ทราบสาเหตุหรือไม่ว่า ทำไมถึงพลิกขั้วแบบ 180องศา นายปีย์กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน แต่คิดว่า อาจไม่พอใจ พล.อ.สุรยุทธ์ที่ไม่ได้ตำแหน่งอะไรในรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ หรือไม่ได้รับการตอบแทนอะไรบางอย่างซึ่งก้ไม่เข้าใจความคิดของพล.องพัลลภ เช่นกัน

เมื่อถามว่า หลังจากเกิดเหตุที่มีการเปิดโปงกันได้ติดต่อกับพล.อ.พัลลภ พล.อ.สุรยุทธ์ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือ นายปีย์กล่าวว่า ยังไม่ได้ติดต่อกับบุคคลใดทั้งสิ้น

เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เคยมารับประทานอาหารที่บ้านหรือไม่ นายปีย์กล่าวว่า เคยมาหลายครั้งเพราะเคยสนิทสนมกัน ในช่วงก่อนที่จะเป็นนายกฯ ส่วนช่วงเป็นนายกฯไม่ได้มา อาจจะเป็นเพราะไม่มีเวลา แต่หลังจากรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และกลับจากต่างประเทศมา 2 ครั้ง คุณพญิงพจมาน ชินวัตร

ใจความสำคัญของข่าวนี้คือ

1. มีการรับประทานอาหารกันจริงระหว่างบุคคลดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วย ปีย์,สุรยุทธ์,อัคราทร,จรัญ,พัลลภ,ปราโมทย์,ชาญชัย

2. การสนทนาเป็นการสนทนาฉันท์คนรู้จัก หัวข้อการสนทนาคือการพูดคุยปัญหาบ้านเมืองหลังแนวคิดเรื่องตุลาการภิวัตน์ และไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องปฏิวัติ

บทวิเคราะห์

1. มีการรับประทานอาหารกันจริงระหว่างบุคคลดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วย ปีย์,สุรยุทธ์,อัคราทร,จรัญ,พัลลภ,ปราโมทย์,ชาญชัย

นี่ เป็น FACT อย่างเดียวที่มีการพูดตรงกันระหว่าง ทักษิณ พัลลภ ปีย์ และ สุรยุทธ์ ดังนั้นการออกมาให้ข่าวเมื่อวานนี้ของปีย์ นับเป็นหมากที่พลาดอย่างมาก ของปีย์ในสายตาผม เพราะข้อมูลทั้งหมด (รวมทั้งคำยืนยันจากพัลลภ, สนธิ (ลิ้ม) ในวีดีโอคลิป , สุรยุทธ์ และปีย์ กลายเป็นลงสลักหลังยืนยันน้ำหนักคำพูดของทักษิณทั้งหมด จะเห็นได้ว่าทุกคนออกมายืนยันหมดว่ามีการนั่ง "ประชุมทานข้าว"กันจริง ซึ่งฝั่งทักษิณบอกว่าเป็นการคุยเพื่อล้มล้างอำนาจรัฐ แต่อีกฝั่งหนึ่งจะบอกว่าเป็นการคุยกันเรื่องปัญหาบ้านเมือง "ฉันท์เพื่อน" ดังนั้นเรื่องนี้จึงน่าจะเป็นการสนับสนุนคำพูดทักษิณว่ามีการพบกันของบุคคล เหล่านี้ "จริง"

คำยืนยันเพิ่มเติมจากสนธิ ลิ้ม http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=arsenal&month=11-2008&date=25&group=4&gblog=30 (อ้างอิง)

2. การสนทนาเป็นการสนทนาฉันท์คนรู้จัก หัวข้อการสนทนาคือการพูดคุยปัญหาบ้านเมืองหลังแนวคิดเรื่องตุลาการภิวัตน์ และไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องปฏิวัติ

ข้อนี้แหล่ะที่เป็นหลักฐานมัดตัวว่าปีย์โกหก

2.1 ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนของบุคคลทั้งเจ็ด

จากคำสัมภาษณ์เบื้องต้นมีข้อความจากปากของปีย์เองอย่างเดียวว่ามีความสัมพันธ์ฉันท์เ
พื่อ นกับอัคราทร ซึ่งเป็นตุลาการศาลฎีกา ณ ขณะนั้นคนเดียว แต่คนอื่นนอกเหนือจากนั้น ไม่น่าจะมีความสัมพันธ์ส่วนตัวเมื่อวิเคราะห์ให้ดีน่าจะได้ความสำคัญ (ตามคำให้การของปีย์ )ดังนี้
อัคราทร - ตัวแทนศาลและเป็นเพื่อนของปีย์ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่าน่าจะถูกเชิญมาคุยกันเรื่อง ตุลาการภิวัตน์

ชาย ชัย + จรัญ - เข้าใจได้ว่ามาพร้อมกับอัคราทร ไม่น่าแปลกใจ แต่ลองสังเกตดูว่า จรัญเองไม่ได้มีความสำคัญนักจนกระทั่งปีย์จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าจรัญพูดอะไร (หรือไม่อยากให้มัดตัวก็ไม่แน่)

สุรยุทธ์ - ไม่ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับปีย์ แต่โทรไปเรียกให้มานั่งฟังอัคราทรคุยว่าจะใช้ตุลาการภิวัตน์อย่างไร

ปราโมทย์ - อาจจะตีความได้ว่าเป็นคอลัมนิสต์จึงรู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ถ้าอ่านจากข้างบนจะเห็นได้ว่า "ไม่น่าจะรู้จัก" กันมาก่อน

พัลลภ - ไม่สามารถหาได้ว่ามีความสัมพันธ์อย่างไรกับปีย์

2.2 หลักฐานล้างคำโกหกว่าสนทนาฉันท์คนรู้จัก

การปรากฎตัวของบุคคลทั้งเจ็ดขึ้นพร้อมกันเป็นหลักฐานยืนยันได้อย่างดีว่าการสนทนานั้
นไม่ ได้เกิดขึ้นในลักษณะการคุยกันในหมู่คนรู้จักอย่างที่ปีย์กล่าวอ้าง เนื่องจากความสัมพันธ์ส่วนตัวของทั้งหมดนั้น ดูแล้วหลวมมาก และไม่น่าจะอยู่ในสถานะที่จะเรียกว่าคุยกันฉันท์เพื่อนได้ จากการที่วิเคราะห์ความสัมพันธ์ข้างต้น จะเห็นได้ว่าทุกคน "อาจะ" จะอยู่ในสถานะ คนรู้จัก หรืออย่างน้อยก็คนรู้จักของคนรู้จักได้ แต่กับพล.อ.พัลลภนั้น ปีย์ไม่น่าจะรู้จักเลย

2.2.1 โกหกเรื่องพัลลภ

อ่านย่อหน้าข้างล่างใหม่

" เมื่อถามว่า ทำไมเชิญพล.อ.พัลลภและนายปราโมทย์เข้าร่วมและร่วมในฐานะอะไร นายปีย์กล่าวว่า มีความสนิทสนมกับคนทั้งสองมานานแล้ว และตอนนั้น พล.อ.พัลลภกำลังดังเรื่องคาร์บอมบ์(คดีวางระเบิดพ.ต.ท.ทักษิณ) ส่วนนายปราโมทย์นั้น เขียนหนังสือเกี่ยวกับปฏิญญาฟินแลนด์และมีความรู้ทางด้านกฎหมายเลยเชิญมา ร่วม"

จะพบว่าสาเหตุเดียวที่เชิญพัลลภมาเพราะพัลลภกำลังดังเรื่องคา ร์บอมอยู่ ลองย้อนกลับไปดูว่าการสนทนานี้เกิดขึ้นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2549 แต่เหตุการณ์คาร์บอมบ์เกิดเมื่อ 24 สิงหาคม 2549

http://board.palungjit.com/archive/index.php/t-65049.html (อ้างอิง)

น่าแปลกที่ปีย์รู้ว่าพัลลภจะดังเรื่องคาร์บอมบ์ก่อนเหตุเกิดตั้งสามเดือน

2.2.2 โกหกเรื่องปราโมทย์

จากเหตุผลในย่อหน้าเดียวกัน ปราโมทย์ถูกเชิญมาร่วมเพราะดังในเรื่องปฏิญญาฟินแลนด์
จากการสืบค้นพบว่าปราโมทย์เขียนเรื่องปฏิญญาฟินแลนด์เมื่อ 18 พฤษภาคม 2549

http://th.wikipedia.org/wiki/แผนฟินแลนด์ (อ้างอิง)

น่าแปลกอีกเช่นกันที่ปีย์จะรู้เรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ก่อนที่ปราโมทย์จะเขียนตั้ง 12 วัน

2.3 สิ่งที่ขัดแย้งกันเองและบทสรุปของบทสัมภาษณ์

คำ ให้สัมภาษณ์ของปีย์เองกลับขัดแย้งกับความเป็นจริงและตัวมันเอง สิ่งที่ปีย์ต้องตอบให้ได้อย่างแรกคือ พัลลภ และ ปราโมทย์มาปรากฎตัว ณ ที่นั้นได้อย่างไร แน่นอนว่าจากเหตุผลเชิงเงื่อนเวลาข้างต้นแล้ว ไม่น่าจะเชื่อได้ว่าพัลลภและ ปราโมทย์มาปรากฎตัวตามสาเหตุที่ปีย์กล่าวอ้าง เพราะเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นหลังจากการสนทนาทั้งสิ้น หากการสนทนานั้นเกิดขึ้นเพราะต้องการคุยเรื่องตุลาการภิวัฒน์ สามคนที่เป็นตัวแทนจากศาลน่าจะเพียงพอที่จะสนทนาได้แล้ว การที่กล่าวอ้างว่าเชิญปราโมทย์เพราะรู้เรื่องกฎหมาย แล้วต้องตอบให้ได้ว่านักกฎหมายไทยมีตั้งแยะที่เก่งกว่าปราโมทย์ ทำไมไม่เชิญมา Huh?

สิ่งที่ปีย์ต้องตอบให้ได้คือ ทำไม ปราโมทย์ และ พัลลภ จึงไปอยู่ในที่นั้นได้ นี่ยังไม่ต้องพูดถึงความไม่ควรของการมีหนึ่งในองคมนตรีไปนั่งคุยอยู่ ณ ที่นั้นด้วย

3. ทฤษฎีสมคบคิดใหม่ ว่าด้วยการสนทนาของบุคคลทั้งเจ็ด วิเคราะห์ความสำคัญของคนทั้งเจ็ดในแง่ตัวแทนกลุ่มบุคคล

อัคราทร + ชายชัย + จรัญ = ตัวแทนศาล
สุรยุทธ = องคมนตรี
ปราโมทย์ = ตัวแทนกลุ่มผู้จัดการและพธม.
พัลลภ = จปร. 7

วิเคราะห์ผลตอบแทนของบุคคลทั้งเจ็ดหลังเหตุการณ์รัฐประหาร

อัคราทร = candidate นายกหลังรัฐประหาร ปัจจุบันประธานศาลปกครองสูงสุด (http://th.wikipedia.org/wiki/อักขราทร_จุฬารัตน)
ชาญชัย = รมต.ยุติธรรม สมัย สุรยุทธ์ ปัจจุบัน องคมนตรี (http://th.wikipedia.org/wiki/ชาญชัย_ลิขิตจิตถะ)
จรัล = ปลัด ยุติธณรม ปัจจุบัน ตลก.ศาลรัฐธรรมนูญ
สุรยุทธ์ = นายกรัฐมนตรี ปัจจุบัน องคมนตรี
ปราโมทย์ = คอลัมนิสต์
พัลลภ = รองผู้อำนวยการ กอ.รมน.

Quote
ขอเอาชื่อมาลงซ้ำให้เห็นชัดๆก่อน ว่าใครมาร่วมประชุมโต๊ะกลมบ้าง

1. พลเอกสุระยุทธ์ จุลานนท์ ตำแหน่งขณะนั้น องคมนตรี
2. นายอัขราทร จุฬารัตน์ ตำแหน่งขณะนั้น ประธานศาลปกครองสูงสุด
3. นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ตำแหน่งขณะนั้น ประธานศาลฎีกา ปัจจุบันเป็นองคมนตรี
4. นายจรัล ภักดีธนากุล ตำแหน่งขณะนั้น เลขาธการประธานศาลฎีกา ปัจจุบันเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
5. นายปราโมทย์ นาครทรรพ ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับ “ ปฏิญญาฟินแลนด์ “
6. พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี ผู้โด่งดังเรื่อง “ คาร์บอม “
7. นายปีย์ มาลากุล ผู้สื่อข่าวและเจ้าของบ้าน

ทั้ง 7 คนนี้มาประชุมกันเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2549 อันเนื่องมาจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับปัญหาวิกฤตของบ้านเมือง

หาก ทั้งเจ็ดคนได้มีการวางแผนล้มล้างรัฐบาลจริง เชื่อได้ว่าบุคคลเกือบทั้งหมดได้รับการสมนาคุณทั้งทางตรงและทางอ้อม คนที่ดูจะได้รับผลตอบแทนน้อยที่สุดน่าจะเป็นพัลลภเพราะตำแหน่งที่ได้ไม่ได้ มีความแตกต่างจากสมัยทักษิณอยู่เลย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่พัลลภจะออกมาแฉเรื่องนี้ ส่วนปราโมทย์นั้นด้วยความเป็นตัวแทนของกลุ่มผู้จัดการดังนั้นจึงเชื่อได้ว่า ผลตอบแทนน่าจะไปตกอยู่ที่สนธิมากกว่า แต่ก็อย่างที่ปรากฎเป็นความจริงต่อมาว่า สนธิโดนหักหลังเรื่องสถานีโทรทัศน์

ให้วิเคราะห์จากเหตุการณ์ทั้งหมดตามลำดับ

- เกิดการประชุมกันของบุคคลทั้งเจ็ด
- มีการตีพิมพ์บทความปฏิญญาฟินแลนด์
- มีการใช้อำนาจศาลสั่งจำคุกกกต.ล้มการเลือกตั้ง
- มีการคาร์บอมบ์ทักษิณ
- มีการปฏิวัติ
- สุรยุทธ์ขึ้นเป็นนายกหลังการปฏิวัติ

ชัดซะไม่รู้จะชัดยังไง!!!!!!!!!!!!!

จาก

http://www.sameskybooks.org/board/index.php?showtopic=27605

Quote
มีประเด็นหนึ่งที่เคยสงสัยว่าทำไม ท่านพัลลภจึงออกมาเปิดโปงกับคุณทักษิณที่เมืองจีน จากคำสารภาพสุดท้ายก่อนที่จ่ายักษ์จะถูกทำลายบอกว่า ผู้อยู่เบื้องหลังคือ ท่าน

ตอนนี้หายสงสัยไปเกือบหมดแล้ว หลังจากคุณพัลลภออกมาให้ข้อมูลล่าสุด เพราะเหตุคาร์บอมม์ที่เอาลูกน้องแกไปใช้ โดยที่แกกลายเป็นแพะรับบาป เข้าใจว่า... นั่นคือปมที่ทำให้แกหลุดออกจากพวกขบวนการล้มทักษิณ และย้ายกลับข้างมาอยู่ทางนี้ เพราะแกถูกหักหลัง
Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #9 on: March 29, 2009, 05:02:50 PM »

Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #10 on: March 29, 2009, 06:29:21 PM »

Quote
กระทู้นี้เป็นการเล่าจากความทรงจำล้วน ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ ดร.ทักษิณพูด
ดร.ทักษิณบอกว่า พล.อ.พัลลภ เล่าให้ฟังที่จีน ว่า เคยถูกเชิญไปที่บ้านแห่งหนึ่งแถวสุขุมวิท เพื่อไปเจอ พล.อ.สุรยุทธ์ เพื่อบอกว่า ทางวังไม่เอาทักษิณแล้ว
ทั้ง พล.อ.พัลลภ และ พล.อ.สุรยุทธ์นี่ สุรยุทธ์เป็นรุ่นน้องของท่านเสียอีก ก็เห็นเคยเรียกว่า "แอ้ด" อยู่บ่อย ๆ ส่วน พล.อ.สนธิ นี่ก็ลูกน้องเก่าของพล.อ.สุรยุทธ์
ทีนี้ท่านทักษิณเขา ก็พูดถึง จ่ายักษ์พูดว่า ถ้าคาร์บอมแล้วไม่ตาย..เขาจะปฏิวัติ และถ้าปฏิวัติเสร็จ คนเป็นนายกจะชื่อ สุรยุทธ์
ถ้าจำไม่ผิด ก็ไทยรัฐ ตอนนั้นเขาวิจารณ์เรื่องนี้เหมือนกันว่า ตัวเต็งนายก ฯ พระราชทาน ก็มี สุรยุทธ์ และ สุเมธ
ทีนี้ ผลก็ออกมา..ไม่มีนายกพระราชทานก็เลยแห้วไปทั้งคู่

ตานี้ ดร.ทักษิณพูดย้อนไปความหมางใจของ สุรยุทธ์..ที่่ว่า เกี่ยวกับหม่องเอนั้น ตอนนั้น ไทยกับพม่า ร่วมกันที่จะปราบยาเสพติดอย่างมาก
ทีนี้ อยู่มาวันหนึ่ง พล.ท.วัฒนชัย ฉายเหมือนวงศ์ แม่ทัพภาค 3 ขณะนั้น ก็ไปมีเรื่องราวกับพม่า ก็คือ ไปบุกพม่า ยิงเขาตายไปเยอะ
อย่างที่ทักษิณเขาพูดพอทักษิณถาม เขาก็บอกว่า พม่ายิงปืน ค. ใส่ ก็เลยต้องเอาเครื่องบิน F-5 (บางข่าวก็บอกว่า เอา F-16) ไปทำโซนิคบูม ทักษิณเขาก็บอกว่า อย่าโอเวอร์รีแอ๊ค
เออ นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ แม่ทัพภาค 3 ไม่ค่อยจะพอใจ จนทำให้ต่อมา มีการย้าย พล.ท.สะพรั่ง กัลยาณมิตร มาเป็นแม่ทัพภาค 3 (ซึ่งตอนแรก ทักษิณเขาเคยบอกว่า เขาอยากจะให้ไปช่วยที่ภาคใต้ เพราะเห็นว่าบู๊ดี (จากหนังสือหมวดเจี๊ยบ)

ต่อมา พล.อ.สุรยุทธ์ ตอนนั้นเป็น ผบ.สส. (เพราะทักษิณโยกตามวาระ) ก็ได้รับภาระ ที่จะไปช่วยสหรัฐ ที่อัฟกานิสถาน ตอนแรกก็กระหนุงกระหนิงกันดี ทักษิณได้รับเชิญไปที่เรือรบหลวงจักรีนฤเบศร์ ก็ พล.อ.สุรยุทธ์นี่แหละ เป็นคนต้อนรับ ร่วมกับกองทัพเรือยังเห็นทักษิณเขาใส่หมวกแก็ป ส่องกล้องดูการสาธิตการโจมตีทางน้ำของนาวิกโยธินอยู่เลย

พอเข้าไปดูลึก ๆ ...มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการของบจากรัฐบาลทักษิณ ให้ไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหลายนั่นเอง
ทักษิณเขาก็ ให้...จนต่อมา ทางกองทัพอากาศ เอาบ้าง..ถึงขั้นให้ทักษิณ นั่งเครื่อง F-16 จากดอนเมือง ไป บน.1 ที่โคราช คงจำกันได้..
ตอนนั้น ชลิต พุกผาสุข อยู่ไหนก็ไม่ทราบ
ตอนปัญหาภาคใต้มันลุกลาม ทักษิณเขาเชิญ ผบ.เหล่าทัพมาประชุมกันบ่อย ๆ เลขา ฯ สมช. สมัยนั้น ก็ พล.อ.วินัย ภัทรกุล (ซึ่งตอนหลังกลายมาเป็นเลขา คมช. และให้ลูกชายลง ส.ส. ประชาธิปัตย์ กทม.นั่นแหละ)  ทักษิณก็ "ด่า" กลางที่ประชุมว่า ทำไมไม่จัดการอะไรให้มันเรียบร้อย
ทั้งหมดทั้งมวลนี้เสียดายความเป็น "ทหารอาชีพ"  ของหลาย ๆ คนที่เกี่ยวข้อง เพราะคนเหล่าีนี้ เห็นแก่ประโยชน์ของตนเองทั้งนั้น

บิ๊กบัง ก็มีเงิน 90 ล้าน..แถมยังได้เป็น รองนายก ฯ
พล.อ.สุรยุทธ์ พอจะหมดวาระเป็นนายก ฯ ก็บอกว่า ถ้าเลือกได้ จะไม่ขอเป็นนายก ฯ
และตอนช่วงนั้น ก็จำได้ว่า ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ก็ถูกขอร้องจากผู้ใหญที่นับถือ ซึ่งสื่อ (ถ้าจำไม่ผิด ก็ข่าวสด) รายงานว่า ผู้ใหญ่คนนั้นก็คือ พล.อ.สุรยุทธ์ ให้ถอยออกมาจากรัฐบาล
ส่วนบิ๊กบังก็บอกว่า ถ้าเลือกได้ จะเป็นนายก ฯ เอง
เลยเห็นความ "โลภ" ของเหล่าทหาร (อดีต) ชั้นผู้ใหญ่พวกนั้น
เลยเห็นความ "ลับ ลวง พราง" ที่ว่า ทักษิณไม่จงรักภักดี จากคนพวกนี้

Quote
ผู้ สื่อข่าวรายงานวันนี้ (28 มี.ค.) ว่า พล.อ.นินนาท เบี้ยวไข่มุก นายทหารคนสนิท พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี แจ้งสื่อมวลชนว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จะนัดแถลงชี้แจงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีต รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (รอง ผอ.รมน.) ระบุว่า เกี่ยวข้องในการร่วมวางแผนล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ห้องรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 16.00 น.

Quote
http://www.innnews.co.th/innexct/oct49_v10/p7-1.php

กระนั้น ในรูปแบบความสัมพันธ์"คู่ขนาน"ต้องยอมรับว่า"พม่า'คงไม่สบายใจนักกับการขึ้น มาเป็น"นายกรัฐมนตรีคนที่๒๔'ของ'พล.อ.สุรยุทธ์' เพราะต้องไม่ลืมว่า เหตุการณ์ชายแดนไทย-พม่า ห้วงปี ๒๕๔๔ ที่ทหารไทยปะทะกับทหารพม่า ไทยมี ผบ.ทบ.ชื่อ'พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์"ที่ถูกพม่ากล่าวหาว่า...

ทหารไทยข้ามไปช่วยทหารกองกำลังกู้ชาติไทยใหญ่( SSA )โจมตีว้า และรบกับพม่า ด้วยการส่งทหารไทยมาฝึกแผนป้องกันประเทศตามแผน"สุรสีห์๑๔๓"ยิงปืนใหญ่ไผฝั่ง พม่าเพื่อสนับสนุนการยึดฐานพม่าของSSA ขณะที่"พ.ต.ท.ทักษิณ'นายกฯขณะนั้นได้ออกมาปรามกองทัพและผบ.ทบ.ว่าอย่า"โอ เวอร์รีแอ๊ก"

ที่ มีท่าทีแข็งกร้าวกับพม่า แม้ว่า"ทักษิณ"จะพยายามใช้ท่าทีอะลุ้มอล่วย และเดินทางไปพบเจรจากับผู้นำพม่าหลายครั้ง ซึ่งจากความขัดแย้งนี้ ได้ลุกลามบานปลาย นำมาสู่ข่าวว่า"ทักษิณ"โทรไปถาม'พล.อ.สุรยุทธ์"ว่า"พี่จะปฏิวัติผมหรือ"และ ตามมาด้วยการโยกย้าย
'พล.อ.สุรยุทธ์"ไปเป็น ผบ.สส.ในที่สุด ท่ามกลางข่าวว่าเบื้องหลังการปลด ผบ.ทบ.มาจากคำขอร้องจากพม่า

Quote
พล.อ.สุรยุทธ์ร่วมกับวัฒนชัย ฉายเหมือนวงศ์ ไปปล้นเงินค้ายาของว้าแดงโดยอาศัยขอมูลของ ซีไอเอ และ ดีอีเอ แต่ลงผิดหมู่บ้าน
ดันเป็นหมู่บ้านในเขตอิทธิพลของพม่าแทน ผลปรากฎยิงกันเละ
ทั้งไทยทั้งพม่าตายกันเกลื่อน ก้อเพราะความโลภของนายทหารไทยแท้ๆ
งานเดียวเป็นหม้ายไปครึ่งกรม

Quote
1.เรื่องเขายายเที่ยง
การก่อสร้างบ้าน ขุดสระทั้งหมด ใครก่อสร้าง เอาเงินส่วนไหนไปทำ
แค่บ้านหลังเดียว เอาเงินตรงไหนไปลาดยางให้ถึง 20กม.เป็นเงินเท่าไร เอาเงินที่ไหนไปเดินไฟฟ้าเข้า
คนที่มอบที่ดินให้ ต่อจากนั้นได้ดิบได้ดี เป็นอะไร ในเวลากี่ปี
รถไฟทั้งโบกี้ หายไปไหน ทำไมขึ้นไปบนยอกเขายายเที่ยงไม่ได้
ที่บ้านพักทหารตรงข้าม ร.พ. ค่ายสุรนารี มันอยู่ตรงนั้น

มีที่ดินของสนามม้าตรงปากช่องหายไปเฉยๆ ได้อย่างไรกลายเป็นเงิน 200 ล้านบาท ใครเอาไปบ้าง?Huh?Huh?

2.เสี่ย น. หรือนภดล แท้จริงคือ พ่อค้าที่ทำมาหากินกับเรื่องที่ดินสวัสดิการในกองทัพภาค2 ปัจจุบัน ยังมีปัญหาเรื่องไม่สามารถโอนที่ดินให้ข้าราชการชั้นผู้น้อย เป็นจำนวนมากและยังมีเรื่องราวฟ้องร้องกันเป็นคดีความอีกมากมาย ซึ่งเรื่องนี้ มีการปลอมเอกสารที่เสี่ย น.เอง ได้รับเงินจากสวัสดิการทบ.ไปเป็นที่เรียบร้อยหมดแล้ว

3.เสี่ย น.เอง มีธุรกิจร่วมกับกลุ่มตำรวจที่เป็นปฏิปักษ์กับตัวคุณแรมโบ้เอง(จำคดีความที่ พี่ชายของคุณแรมโบ้ถูกอุ้มได้ไหม) และตร.ชุดนี้เป็นขบวนการมือสังหารอาชีพที่ทุกคนทราบกันดี ครั้งที่ท่านทักษิณเป็นนายก นายตำรวจดังกล่าวนี้ สังหารคนดีๆไปมากมายอ้างยาบ้าอย่างเดียว และทั้งหมดนี้เรียก “สนธิลิ้ม” ว่าพ่ออีกด้วย และปัจจุบันตำรวจเหล่านี้ก็ได้ดิบได้ดี ไปอยู่ภาคเหนือ ตามไล่ล่า ท่านยงยุทธ์ อยู่

4.เสี่ย น.เอง เคยเรียกเงิน35 ล้านบาท จากประสงค์ สุ่นสิริ เพื่อเป็นพยานในการโค่นล้ม พล.อ. สุรยุทธ์ แล้ว คน “ฟันดำ” จะนั่งนายกฯแทน
เรื่องที่ดินบนเขายายเที่ยง และจะแฉ เรื่อง ไม้ศักดิ์ทอง อีกพันกว่าท่อนอยู่ที่ไหนด้วย แต่ในครั้งกระนั้น เมื่อเงินไม่มา เสี่ย น.จึง ไม่ออกมาแฉ เรื่องนี้ จึงทำให้ ประสงค์กับสนธิลิ้ม ถึงกับไม่มองหน้ากันเลย เพราะเงินทั้งหมดที่บริจาคกันมา สนธิลิ้มเอาไปใช้หมดแล้วไม่มีจ่าย 35ล้าน ฟันดำเลยไม่ได้เป็นนายกฯในตอนนั้น
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา เพราะเมื่อเสี่ย น.ไม่ออกมา พล.อ.สุรยุทธ์จึงไม่ลาออก และเร่งรัดให้มีการเลือกตั้งในที่สุด

เรื่อง คลังอาวุธระเบิด แล้วมีการก่อสร้างใหม่ เรียกเปอร์เซ็นต์ 60 ล้านบาทนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยมากๆ และไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย
ที่ พูดว่าเล็กน้อย ก็เพราะในสมัย พล.อ. สุรยุทธ์เป็นแม่ทัพภาค 2 ไปเปิดดูว่างบก่อสร้างมีเท่าไร 4ปีที่ท่านเป็นแม่ทัพภาค2อยู่ มีงบประมาณในการก่อสร้างเกือบ หมื่น ล้านบาท
งบประมาณทั้งหมด ท่าน “อม” ไว้แต่เพียงผู้เดียว ไม่ยอมโอนลงไปในหน่วย นขต. ทำให้ หลายหน่วยงานเช่น พล.ร.6 และจังหวัดทหารบกทุกจังหวัด อดอยากไปเป็นทิวแถว
เมื่อมีการก่อ สร้างเกิดขึ้น ผู้รับเหมาจึงมีปัญหากับหน่วยงานในสังกัดตลอดเวลา เพราะผลประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับ ถูกหน่วยเหนือโดยแม่ทัพสุรยุทธ์อมไปหมด

เรื่อง นี้ถูกย้อนศรในเวลาต่อมา เมื่อพล.อ. ณ.พล บุญทัพ(เรวัต บุญทัพ) ขึ้นเป็นแม่ทัพภาค2 ต่อจากนายสุรยุทธ์ ท่านเอาเงินเปอร์เซ็นต์ที่ได้จากการก่อสร้างออกมาเปิดเผย และมอบ หนังสือขอบคุณไปให้กับผู้รับเหมาที่หักเปอร์เซ็นต์ไว้ด้วย ทำในที่ห้องประชุมใหญ่ของหอประชุมร่วมเริงชัยกันเลยต่อหน้านายทหารเป็นพันคน พร้อมมอบเงินจำนวนนั้น แจกจ่ายให้กับทหารทุกคนใส่ซองกัน
พร้อมรายได้ที่ได้จากสนามม้า ท่าน ออกมาแจกทั้งหมดด้วย

Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #11 on: March 29, 2009, 06:48:52 PM »

คำพูด ของสนธิ ลิ้มทองกุล

สนธิ - ...พล.อ.สุรยุทธ์ โดยพื้นฐาน ผมรู้ก่อนที่ท่านจะเข้าไปเป็นนายกรัฐมนตรี ตอนที่ผมสู้กับทักษิณ ท่านจะแอบโทรศัพท์เข้ามา คุณสนธิสู้ไปนะ ทนไป ทนเจ็บหน่อย ผมถึงรู้ไง คุณให้กู้เจ็บ ให้กูอาบเลือด แล้วคุณก็มาเสวยสุข แต่ไม่เป็นไรช่างมัน ขอกันกินมากกว่านี้ เพื่อประเทศชาติ เรื่องเล็ก ทนเจ็บหน่อย ที่พูดให้ฟังนี่ไม่ได้ทวงบุญคุณ สนธิ ผมยอมรับว่าประเทศชาติขาดซึ่งองค์ความรู้ ผมเป็นนายกฯ เมื่อไร ผมจะให้ฟรีทีวี ให้คุณเอาฟรีทีวีไปทำเรื่องให้ประชาชนรู้ นี่จากปาก พล.อ.สุรยุทธ์ พล.อ.สนธิ

สนธิ - หลังจากที่ผมเคยเข้าไปยื่นหนังสือให้เขาที่กองบัญชาการกองทัพบก ช่วงที่ทักษิณอยู่ และวันรุ่งขึ้นเขาให้สัมภาษณ์ตำหนิผม จำได้ไหม แล้วผมก็บอกว่า เพื่อนฝูง พันธมิตร เขาก็โกรธ พล.อ.สนธิ ผมบอกอย่าไปโกรธ พล.อ.สนธิ คงอยู่ในสภาพที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออก เพราะฉะนั้น พล.อ.สนธิ จำเป็นที่จะต้องพูดเช่นนี้เพื่อไม่ให้ทักษิณสงสัยเขา อย่าไปโกรธเขา ตอนหลังใกล้จะยึดอำนาจเสร็จ เขาโทรศัพท์มา เขาส่ง พล.อ.ปานเทพ ซึ่งเป็นรุ่นพี่เขา เกษียณแล้ว มาพบ และ พล.ท.เจริญศักดิ์ เที่ยงธรรม ทุกคน ผมมีตัวตน มีที่อยู่มีที่อาศัย มีตำแหน่งแห่งที่หมดว่าเขาพูดอย่างไรกันบ้าง พล.ท.เจริญศักดิ์ เที่ยงธรรม พี่ปื๊ด กับ พล.อ.ปานเทพ พี่ปานเทพ สนธิ พี่ไปเจอบังมา บังคือ พล.อ.สนธิ เขาเรียกสนธิบัง กับสนธิลิ้ม ปรากฏว่าเขาบอกว่า บังบอกว่า สนธิให้ทนหน่อย พี่ก็บอกว่า คุณสนธิมันจะแย่งหมากินอยู่แล้วนะ สู้กับทักษิณ ไม่เป็นไร เดี๋ยวเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวจะให้โทรทัศน์เพื่อให้ไปทำงานเพื่อให้ประชาชน เกิดอะไรขึ้น ที่เล่าให้ฟังไม่ใช่ว่าผมอยากได้ แล้ววันนี้เอามาให้ผม ผมก็ไม่เอา แต่ผมจะย้อนหลังให้ดู วันที่ยึดอำนาจได้ พี่ปานเทพ พี่ปื๊ดมา ถามผม เฮ้ย สนธิจากนี้ไปเดินอย่างไร ผมบอก ข้อที่ 1 จัดการช่อง 5 เสียก่อน เพราะช่อง 5 เป็นช่องกองทัพบก ช่อง 5 ยังกระทำตนเป็นปฏิปักษ์กับประชาชน ช่อง 5 ยังมีรายการที่ไปสนับสนุนทักษิณ ชินวัตร

สนธิ - ประการที่ 2 ถ้ามีอำนาจอยู่ในคณะปฏิวัติ ให้ร่างประกาศคณะปฏิวัติให้จัดคลื่นความถี่โทรทัศน์มา ยกให้เอเอสทีวีทำ เอเอสทีวีจะทำให้ คือตอนนั้นเราเหนื่อยนะ แต่เรายอมเหนื่อย ข้อที่ 3 ต้องย้ายตำรวจ ผมเสนอชื่อตำรวจไป 22 คน เพื่อไปจัดการกับเนวิน ชิดชอบ ไปจัดการกับยงยุทธ ติยะไพรัช ไปจัดการกับหน่วยทุกหน่วย เพราะว่าผมสู้มาตลอดปีกว่า ผมรู้ว่าตำรวจคนไหนทำอะไรบ้าง คุมอะไรบ้าง ผมรู้ ปรากฏว่า น่าสนใจมาก เรื่องตำรวจ สนธิบังรับไป แล้วก็บอกว่าจะไปพูดกับโกวิท โกวิทนอกจากไม่จัดการแล้ว โกวิทยังเลื่อนตำแหน่งตำรวจที่อยู่ในที่นั้นให้ใหญ่ขึ้น แล้ว 22 คน ที่เราเสนอไปมันย้ายเข้ากรุหมดเลย อันนี้ชี้ให้เห็นนะ

สนธิ - อันที่ 2 แล้วเขาเป็นคนบอกเองนะให้ส่งมา เดี๋ยวผมจัดการ นั่งคุยกันตัวต่อตัวในกองบัญชาการกองทัพบก ผมจำไม่ได้วันที่ 22 หรือ 23 แต่ 4-5 วันหลังจากนั้น เสร็จเรียบร้อยแล้วจดหมายที่เสนอไปให้เขา ขอสถานีโทรทัศน์ คนที่ค้านคือ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล บอกว่าไม่ให้ ไม่ดี ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นไร เพราะเราต้องการทำงานเพื่อชาติ เราไม่ได้คิดอะไร พอเรามามองย้อนหลัง เราบอก อ๋อ ใช่แล้ว เพราะว่าผมกลายเป็นตัวอันตราย ทั้งทักษิณและทางฝั่งนี้ คือทุกคนต้องการ Life goes on as usual ก็คือทักษิณไปแล้ว พล.อ.สนธิ อยากเป็นนายกฯ ต่อ เมื่ออยากเป็นนายกฯ ต่อแล้ว วิธีการก็คือว่า คุยกับทักษิณให้รู้เรื่อง

สนธิ - เดิมทีไม่ใช่ พล.อ.สนธิ อยากเป็นนายกฯ ต่อ เดิมทีคือ พล.อ.สุรยุทธ์ เพราะ พล.อ.สุรยุทธ์ และคนที่แวดล้อมใกล้ชิดเขายืนยันและเชื่อมั่นว่าจะไม่มีการเลือกตั้ง เมื่อไม่มีการเลือกตั้งแล้วเขาต้องเป็นนายกฯ ต่อ วางกันถึงขนาดนี้

ลิ้งค์เด็ด

http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9500000100015คำพูด ของสนธิ ลิ้มทองกุล

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=DRnYDFUvGrM" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.youtube.com/watch?v=DRnYDFUvGrM</a>
ของขวัญจากฝากฟ้า

Quote
ด้วยความแค้นของสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ต้องถูกตัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ทุกคืนวันศุกร์ ทิ้งและการที่ทักสินไม่ยอม ช่วยเหลือในเรื่องผลประโยชน์บางอย่างทำให้ สนธิ ลิ้มทองกุล ได้ประกาศ จากการเป็นเพื่อนสนิท และผู้สนับสนุน เป็น ศัตรูตัวฉกาจของ ทักสิน

เริ่ม จาก ความจริงวันนี้สัญจร สวนลุม จากกลุ่มเล็กๆ ด้วยการเป็นนักพูด และนักประวัติศาสตร์ และนักธุรกิจที่ฉลาดหลักแหลมอย่างสนธิลิ้มทองกุล ได้ใช้กลอุบาย หาแนวร่วม เพื่อโค่นล้มทักสิน โดยวิธีการที่ประวัติ ศาสตร์เคย ปรากฎให้เห็นและได้ชัยชนะทุกครา ทักสินถูกกล่าวหาว่า อยากเป็นประธานาธิปดี และทำตัวเยี่ยงพระเจ้าอยู่หัว ในการทำบุญในวัดที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต จากกลุ่มๆเล็กๆ เริ่มกระจายเป็นกลุ่มใหญ่ ขึ้นมาเรื่อยๆ

อมาตยาธิปไตย เริ่มเห็นบทบาทของนายสนธิ ว่ามีความสามารถ จึงเข้าร่วมให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังอย่างเต็มตัว ข้อกล่าวหาต่างๆเริ่มปรากฎเป็นดอกเห็ด ปฎิณญาฟิลแลนด์ และเรื่องทักสินเป็นเจ้าของ เครือชิน ทั้งที่ตัวเองเป็นนายก ได้มีการต้อนทักสินจนมุม จนทักสินต้องขายหุ้นทั้งหมด แต่ทั้งหมดแล้วก็ไม่ช่วยให้ทักสินหลุดพ้นข้อกล่าวหานี้ได้ และยิ่งเพิ่ม คดีให้ทักสิน ในเรื่องการขายหุ้นให้ต่างชาติ ว่า ขายสมบัติชาติ และไม่จ่ายภาษี (ซึ่งปกติแล้วการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ต้องเสียภาษี เพราะกฎหมายยกเว้น) จนแนวร่วมขยายออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง

แนวการทำลาย ล้างทักสิน ใช้วิธี ที่เป็นจุดอ่อนของทักสิน ที่เป็นนักธุรกิจการเมือง ในเรื่อง ฉ้อฉล และเอื้อประโยชน์ และ ไพ่เด็ดคือ ใช้เรื่องความจงรักภักดี กับสถาบัน เป็นตัวหลัก ให้ประชาชนเกลียดทักสิน มีการปลุกต้นไม้แห่งความเกลียดชัง และรดน้ำและใส่ปุ่ยแห่งความเกลียดชัง จนต้นไม้แห่งความเกลียดชัง ที่ชื่อ ทักสิน ใหญ่โตขึ้น อย่างไม่หยุดยั้ง

รัฐ ธรรมนูญ 2540 กำหนดบทลงโทษ กับผู้ทำรัฐประหาร ว่าประหารชีวิต จึงไม่มีใครกล้า รัฐประหารทักสิน และสังคมโลก ก็ต่อต้านเช่นกัน ผู้ต่อต้านทักสินปักหลักเป็นปีแต่ก็ไม่สามารถกำจัดทักสินได้ มีแต่ทำให้ ทักสิน เดินโซเซ แต่ยังไม่หมดอำนาจ ซ้ำถ้าทักสินยุบสภา และปล่อยให้มีการเลือกตั้ง จะยิ่งทำให้ทักสิน ชนะเป็นรัฐบาลและนายกอีก จึงมีแนวความคิดหลายฝ่าย ด้านความมั่นคงของชาติ ไม่ว่า กอ รมน และ ฝ่ายทหาร สถาบัน เริ่มเห็นภาพ ถึงภัยอันตรายจากทักสิน ได้มีการ พยายามลอบสังหารเป็นระยะๆ เหตุการณ์ข่าวเครื่องบินการบินไทยระเบิดเที่ยวที่ทักสิน ต้องขึ้น และ คาร์บอม ในที่ต่างๆ ได้เกิดขึ้นเป็นระยะๆ แต่ก็ไม่สำเร็จสักที จนในที่สุด วันที่ 19 กันยายน 2549 เวลาสองทุ่ม ทุกสถานีเปิดเพลง และพระราชกรณีกิจ ของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และองค์ราชินี ที่มีคุณอเนกอนันท์ต่อประชาราษฎร เป็น เวลาหลายชั่วโมง ก่อนที่จะมีประกาศ การยึดอำนาจ จาก คปค. โดย พล.อ สนธิ บุญตกลิน ซึ่งขณะนั้น ทักสิน กำลังจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ ที่ UN
Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
ปลองทา30
sUwAnNa~MaTcHa
สต๊าฟเชียร์
ศาสตราจารย์
*****

Popular Vote: 6969
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 4,616


本当に金魚?


WWW
« Reply #12 on: March 29, 2009, 07:07:28 PM »

Quote
เปิดโปงเครือข่ายวงการสื่อ ลากไส้กระสือปี51
ตลอดปี2551ที่ผ่านมา สื่อไทยยังทำหน้าที่ได้คงเส้นคงวา คือมีแนวโน้มเอียงไปทางขาดจรรยาบรรณ ทำตัวเป็นสมุนทาสรับใช้กากเดนศักดินาขี้ข้าเผด็จการ เป็นกองเชียร์พันธมิตร หรือเป็นซะเอง ระรานฝ่ายประชาธิปไตย จนพูดกันว่าหากอยากจะบริโภคข่าวที่ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงเกี่ยวกับ สถานการณ์ประเทศไทยตลอดปี2551 สามารถติดตามได้ทางCNN BBC AP AFP REUTERSและสื่อต่างประเทศทุกสำนัก หากต้องการความเท็จเชิญที่สื่อไทย

ทำไมสื่อไทยจึงตกต่ำขนาดนั้น บางทีนี่คือคำตอบที่ท่านต้องรู้

หมาย เลข1 สนธิ ลิ้ม-ทุกคนรู้จักสนธิลิ้มดีอยู่แล้ว ก่อนหน้านั้นเขาชมทักษิณออกรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ว่า"ทักษิณเป็นนายกฯที่ ดีที่สุดที่ประเทศไทยเคยมีมา"

เครือข่ายของสนธิ เช่น สำราญ รอดเพชร เคยทำงานITVเป็นลูกน้องทักษิณ ต่อมาโดนทักษิณปลดออก และสนธิรับเข้าทำงานด้วย,คำนูณ สิทธิสมาน เคยเขียนเชียร์ระบบอบรัฐธรรมนูญ ตอนนี้เขียนตามใบสั่งสนธิ เช่นเดียวกับชัยอนันต์-ชัยสิริ สมุทวนิช และปราโมทย์ นาครทรรพ ไพศาล พืชมงคล และลูกทีมอย่างพวกสโรชา ปานเทพ สุรวิชช์ ต่อพงษ์ ที่ทำงานตามใบสั่งสนธิฯลฯ

วสันต์ ภัยหลีกลี้ สามีของรุ่งมณี เมฆโสภณ ลูกน้องใกล้ชิดสนธิอีกรายก็เป็นเครือข่ายที่สนธิส่งไปเป็นผอ.ช่อง9ด้วย

ทำไม สนธิแค้น?-สนธิไปลงทุนเตรียมทำช่อง11News1ไว้แล้ว แต่รัฐบาลทักษิณไม่ยกให้,ทักษิณยังไม่ต่อวีซ่าให้วิโรจน์ นวลแข เป็นกก.ผจก.ใหญ่แบงก์กรุงไทยด้วย ทำให้การแฮร์คัตหนี้เน่าเครือผู้จัดการสะดุดลง

หมายเลข2 สุทธิชัย หยุ่น-สุทธิชัยอาศัยเหตุการณ์พฤษภาทมิฬไปขอสัมปทานITVมาจากรัฐบาลอานันท์ ด้วยข้อเสนอจ่ายค่าสัมปทานแพงบรรลัย แต่ไม่มีปัญญาจ่าย ในที่สุดทักษิณก็เข้ามาเทกโอเวอร์ITVทำให้สุทธิชัยกับเครือเนชั่นตามเช็กบิล

เครือ ข่ายสุทธิชัย-ลูกน้องของเขากระจายไปตามช่องต่างๆอย่างกนก รัตน์วงศ์สกุล ธีระ ธัญวงศ์ไพบูลย์ จอมขวัญ หลาวเพชร หรือลูกน้องเก่าอย่างสรยุทธ สุทัศนะจินดา หรือกรุณา บัวคำศรี(แกนนำ30กบฎITV)

จะเห็นว่าหลังรัฐ ประหาร19กันยา ค่ายสุทธิชัยได้ผลประโยชน์เป็นกอบเป็นกำ เพราะสุทธิเป็นคนสงขลาบ้านเดียวกับพล.อ.เปรม ทำให้เขาได้เวลาตามทีวีช่องต่างๆมาก และ"รับงาน"จากฝ่ายเปรม รวมทั้งชำระแค้นแต่หนหลังด้วย

ทำไมหยุ่นแค้น?-หยุ่นชงเรื่องITVหลัง เหตุการณ์พฤษภาทมิฬขึ้นไปให้รัฐบาลอานันท์ แล้วเข้ารับสัมปทานด้วยข้อเสนอจ่ายค่าสัมปทานแพงลิบ แต่ทำไม่ได้ตามสัญญา พยายามจะให้รัฐบาลประชาธิปัตย์ลดให้ แต่ต่อมารัฐบาบทักษิณเข้าขวางไว้ และทักษิณเข้าเทกโอเวอร์ITVพวกหยุ่นต้องระเห็จออกไปทำNation Channelกับไกรวัฒน์ลูกน้องเก่าทักษิณ เป็นความตกต่ำอย่างที่สุดของหยุ่น

ใน ที่สุดทหารทำรัฐประหาร หยุ่นสามารถยึดITVกลับมาในฉลากใหม่คือTPBSโดยที่ทิ้งขี้ค่าสัมปทานITVไว้ เบื้องหลัง และผู้ถือหุ้นรายย่อยที่พินาศขาดทุนยับเยิน แถมเขาส่งเทพชัย หย่อง น้องชายกลับไปกุมบังเ*****ยนTPBSแบบที่รัฐต้องควักเงินจากภาษีบาปมาอุดหนุน ปีละ2พันล้าน ให้ทำทีวีเนชั่นสาขา2แบบจ้องระรานฝ่ายประชาธิปไตย โปรพันธมิตร-เผด็จการเต็มที่

หมายเลข3 เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง-เจิมศักดิ์ดังมาจากรายการมองต่างมุมทางช่อง11และมามีรายการทางช่อง9 แต่เขาไม่เชียร์ทักษิณแถมมีกัด เลยโดนทักษิณยึดเวลา แถมไม่ลงโฆษณาให้ ทำให้เจิมศักดิ์ต้องออกหนังสือรู้ทันทักษิณออกมาราวีเหลี่ยม

เครือ ข่ายเจิมศักดิ์-เจิมศักดิ์มีมือขวาคือ"แม็ค"เถกิง สมทรัพย์ รองผอ.TPBS เถกิงเคยเป็นบก.หนังสือชุดรู้ทันทักษิณให้เจิมศักดิ์ ยิ่งตอนนี้เถกิง(ที่มีเจิมศักดิ์ยืนอยู่ข้างหลัง)มาผนึกกับเทพชัย หย่อง น้องชายของสุทธิชัยหยุ่น และหัวหน้ากบฎITVคือกรุณา บัวคำศรี(อดีตรองเลขาสนนท.ผู้สนิทแน่นยุคปริญญา เทวานฤมิตกุล เป็นเลขาฯ)มาทำTPBS ดังนั้นจึงไม่ต้องประหลาดใจว่า ทำไมTPBSที่นำเงินจากภาษีบาปเหล้าบุหรี่ จึงได้เป็นปฏิปักษ์กับพวกทักษิณและเชียร์พันธมิตรออกนอกหน้า

ทำไม เจิมศักดิ์แค้น?-เจิมศักดิ์เคยตั้งบริษัทว้อตช์ด็อกร่วมกับเกษมสันต์ วีระกุล พิรุณ ฉัตรวณิชกุล เป็นต้น แล้วให้ทักษิณเข้าถือหุ้น อาศัยอิทธิพลเข้าไปยึดเวลาทางช่องราชการคือ9 และ 11 ต่อมาขัดแย้งกับทักษิณจึงหนีไปทำรายการใต้ปีกของสนธิลิ้มทางASTVและวิทยุ 92.25ของประชัย เลี่ยวไพรัตน์ แล้วยึดเป็นเรือนตายในการบ่อนทำลายทักษิณและฝ่ายประชาธิปไตย

หมายเลข 4ขรรค์ชัย มติชน-มูลเหตุมาจากเสี่ยช้าง-ขรรค์ชัยแค้นที่อากู๋แกรมมี่จะเข้ามาเทกโอ เวอร์ โดยเชื่อว่าอากู๋มีทักษิณอยู่เบื้องหลัง เลยต้องเช็กบิล

อย่าง ไรกตามมีเสียงนินทาว่า เรื่องนี้อาจเป็นฉากการสมรู้ร่วมคิด โดยสังเกตจากตัวเชื่อมคือวาณิช จรุงกิจอนันต์ ที่แนบแน่นหนิดหนมกับทั้งเสี่ยช้างและอากู๋เป็นเสมือนดีลเมกเกอร์ แต่พอความแตกเสี่ยช้างก็ตัดญาติวาณิชหาว่ากินบนเรือนขี้รดหลังคา ต้องค้าความกันยาว

เครือข่ายของขรรค์ชัย-ส่วนใหญ่เป็นคอลัมนิสต์ใน เครือเช่นบุญเลิศ ช้างใหญ่ นงนุช สิงหเดชะ ซึ่งมีจุดยืนตามราวีพวกทักษิณและเชียร์รัฐประหาร เชียร์พธม.ตลอด แต่ระยะหลังเริ่มมีปัญหากับสนธิลิ้ม เพราะพันธมิตรไปกระชากตัวนักข่าวเครือมติชนประจำทำเนียบ ข่าวสดจึงเล่นงานกลับด้วยข่าวเชิงลบ ใหญ่สุดคือบทสัมภาษณ์พระเทพ"No,I don't think so, they do for themselfes."ทำให้สนธิประกาศคว่ำบาตรเครือมติชน ซึ่งทำให้เครือมติชนเริ่มมีบทบาทนำเสนอข่าวตรวจสอบพันธมิตร

หมายเลข 5ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตเลขาธิการนายกฯยุคเปรม ต่อมาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศในยุคพลตรีจำลอง ศรีเมือง เป็นหัวหน้าพรรค ต่อมาจำลองให้ประสงค์ออก แล้วไปทาบทามนักธุรกิจสื่อสารคือทักษิณมาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศแทน ทำให้ประสงค์แค้นตามราวีทักษิณมาต่อเนื่อง โดยมีบทบาททางเปิดที่หนังสือพิมพ์แนวหน้า บทบาททางปิดกับเครือชนชั้นนำ ทหารสายเหยี่ยว

เครือข่ายประสงค์-มีประพันธ์ คูณมี คนใกล้ชิดของเขาเล่นบทในทางเปิดอยู่ในเวทีพันธมิตรประสานงานระหว่างเปรมกับ สายเหยี่ยวทั้งหลาย และฟากฝ่ายสนธิลิ้ม และยังได้วัชระ เพชรทอง อดีตนักศึกษาโข่งจากรามคำแหง ที่มาเป็นบก.แนวหน้า ก่อนจะขึ้นเวทีพันธมิตรแล้วลงสมัครเป็นส.ส.ประชาธิปัตย์

หมายเลข6 เปลว สีเงิน-หรือโรจน์ งามแม้น เขาออกจากไทยรัฐมาก่อร่างสร้างตัวเอง และมีบทบาทเป็นฝ่ายค้านโจมตีทุกรัฐบาล ในยุคประชาธิปัตย์หนังสือพิมพ์สยามโพสต์ของเขาถูกคนของไตรรงค์ สุวรรณคีรี บุกไปคุกคาม ต่อมาในยุคของรัฐบาลทักษิณเขาถูกปิดกั้นทุกช่องทาง ทั้งการตลาด การจัดจำหน่าย แม้แต่การผลิต ทำให้เปลวเปิดศึกกับทักษิณเป็นรายแรกๆ(ต่อมาเป็นเจิมศักดิ์ สุทธิชัย ขรรค์ชัย และสนธิในที่สุด แต่กรณีประสงค์นั้นเปิดศึกมานับแต่ทักษิณเสียบตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศแทน โน่นแล้ว)

เปลวมีบทบาทในการชำระหนี้แค้นกับทักษิณแบบไม่เข้าร่วมเวที พันธมิตรเต็มรูปแบบ หลายๆครั้งเขาเตือนสติพวกพันธมิตร รวมทั้งครั้งนี้ด้วยว่าควรหาทางลง ไม่ใช่ม็อบตะพึดตะพือ

หมายเลข7 คนอื่นๆ เช่น อัญชลี ไพรีรักษ์ อดีตผู้อ่าข่าวช่อง7มาทำธุรกิจรายการวิทยุแล้วตามด่าทักษิณ เลยโดนปลดออกจากคลื่น หม้อข้าวโดนทุบจึงไปเข้าแก๊งกับเอกยุทธ อัญชัญบุตร ต่อมาก็มาประจำการที่เวทีพันธมิตรเป็นการถาวร ได้ชื่อในเรื่องเป็นพิธีกรปากมอมประจำเวทีพันธมิตร แม้แต่แฟนคลับก็ยังอ่อนอกอ่อนใจ

-ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ เลขาธิการสมาคมนักข่าว มีบทบาทออกแถลงการณ์ด่าฝ่ายทักษิณแต่ละเลยอีกฝ่าย มีเรื่องมาจากอากู๋แกรมมี่จะเข้าเทกโอเวอร์บางกอกโพสต์ที่ประดิษฐ์ทำงานอยู่ ประดิษฐ์เคยใส่เสื้อดำไปประท้วงในทำเนียบ ที่เขาทำงานเป็นนักข่าวประจำทำเนียบอยู่

-สมชาย แสวงการ และสนธิญาณ หนูแก้ว กับเครือINN พวกนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ช่วงท้ายๆก่อนทุบITVทิ้งแปรสภาพมาเป็นTPBSมีการส่งสนธิญาณเข้าไปยึดITVแต่ ถูกต่อต้าน
จึงยุบITVตามมา

-มัลลิกา บุญมีตระกูล-มัลลิกาเคยโดนปชป.ล้อมกรอบตอนทำข่าวปชป.ด้วยข้อหาว่าทำข่าวเข้า ข้างทักษิณ มติชนเคยเชิดชูให้เป็นนักข่าวสาวเหล็ก ในภายหลังมัลลิกามีเรื่องกับทีมITVยุคท้ายๆจึงลาออกก่อนITVโดนยุบไม่นาน ตอนนี้ปักหลักด่าพวกทักษิณอยู่วิทยุคลื่น105ตอนเย็นๆกับทนายวันชัย

สื่อมวลชนไทยทำไมมีจุดยืนข้างพวกเส้นใหญ่-ทำลายประชาธิปไตย นี่คือคำตอบ
สื่อ มวลชนไทยเป็นวิชาชีพที่ทรงอิทธิพลชี้เป็นชี้ตายชี้ทิศชี้ทางของบ้านเมืองได้ แต่พวกเขาเข้าสู่วิชาชีพนี้โดยไม่ต้องผ่านการวัดประเมินใดๆ ไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ไมต้องมีหน่วยงานราชการกำกับดูแล ดูแลกันเองแต่ก็เข้าทำนองปกป้องกันเอง หากพวกเขาผิดก็เพียงแต่เฉยและปล่อยให้เรื่องเงียบๆไป

แต่สื่อของ ไทยอยู่ใต้อานัติของนายทุนสื่อแบบสนธิลิ้ม สุทธิชัยหยุ่น เสี่ยช้างขรรค์ชัย เสี่ยเซ็นทรัลบางกอกโพสต์ฯลฯเป็นต้น นายทุนสื่อจำเป็นมากที่ต้องพึ่งพิงคลื่นวิทยุ หรือช่องทีวี หรือเวลาออกอากาศจากผู้มีอำนาจ ซึ่งก็ไม่พ้นกองทัพ ราชการ เส้นสายอุปถัมภ์ในสังคมไทยที่พวกเขาคุ้นเคยมานาน การต่างตอบแทนด้วยการโอบอุ้มกันไปมาระหว่างนายทุนสื่อกับกลุ่มผู้กุมอำนาจใน กองทัพ หรือเส้นใหญ่อุปถัมภ์เป็นเรื่องที่ไปกันได้ดี...เพียงแต่มันต้องแลกด้วยผล ประโยชน์ของชาติ และความก้าวหน้าหรือล้าหลังของประชาธิปไตย

นายทุน สื่อมักจะยินดีแลกเพื่อให้ได้เวลาออกอากาศ ได้คลื่น ได้สถานี ได้ช่องทีวีมา ทำให้พวกเขาหารายได้จากการโฆษณา ยอดขายไปปั้นเป็นกำไรในงบแต่ละไตรมาส เพราะอย่าลืมว่าสื่อคือธุรกิจชนิดหนึ่งที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น ไม่ใช่หนังสือพิมพ์ไส้แห้งอย่างยุคอดีตแบบที่สุภา ศิริมานนท์ อิศรา อมันตกุล กุหลาบ สายประดิษฐ์ เคยเป็นเมื่อหลายทศวรรษก่อนอีกแล้ว

พวก เขาทำในสิ่งที่เรียกว่าผลประโยชน์ทับซ้อนของนายทุนสื่อกับผลประโยชน์แห่ง ชาติอย่างเป็นปกติ ส่วนว่าพวกเขาเน้นไปที่จุดยืนผลประโยชน์ของชาติ หรือนายทุนสื่อมากกว่ากัน

เรื่องนี้ตอบไม่ยาก ลองบริโภคข่าวการเมืองในประเทศของสื่อไทย เทียบกับสื่อต่างประเทศซักเพียงข่าวเดียว ท่านก็จะซาบซึ้งในคำตอบ
Logged

เพื่อนๆตามไปดูด้วยนะจ๊ะ http://HusoNu01.hi5.com
Schwatz
รองศาสตราจารย์
***

Popular Vote: 1
Offline Offline

Posts: 1,315


All by myself


WWW
« Reply #13 on: March 30, 2009, 12:15:51 AM »

ขอบคุณ

 Grin
Logged
spatagoon
นิสิตปี 4
****

Popular Vote: 0
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 305


Let's practice Vipassanakammathan!


WWW29
« Reply #14 on: March 30, 2009, 11:16:35 PM »

Dear Pui,

In my opinion, more read more headache and so heart attached!!!

Wanna see real democratic country in THailand without any benefit depends on some group...

But right now...each Thai people needs to survive in basic needed items and do not want to see Thailand has big debt/head ,unemployed people, etc.

The more we have no job,no money, the more robbery &selfish people in our surrounding area we live or stay overnight....dangerous climate and warm weather...37celcius degree or more ...terrible situation now na ja.

Love you all..my Alumni!
Lin SWU29
Logged

Learn about Life is Long life Learning!
Do it best Today because tomorrow might not come!
Pages: [1]   Go Up
Print
HuSoNU  |  ห้องใหญ่ศิษย์เก่า HuSoNu.com  |  ห้องสมุด HuSoNu (Moderator: ปลองทา30)  |  Topic: สกู๊ปพิเศษ เกี่ยวกับ"คนหัวเถิก"ที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้
Jump to:  





Designed by Holy IT | Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC