

วิกฤตไข้หวัดหมู-สนามบินสุวรรณภูมิของไทยใช้เครื่องมือ สแกนอุณหภูมิของนักเดินทางชาวเม็กซิกัน อเมริกัน และแคนาดาที่เดินทางมายังไทย ขณะที่คู่รักหนุ่มสาวชาวเม็กซิกันจุมพิตกันโดยผ่านผ้าปิดปากปิดจมูก(ภาพ ข่าว:CNN)
โดย ใจ อึ๊งภากรณ์ [1]
27 เมษายน 2552
ขณะนี้ไข้หวัดพันธุ์ใหม่กำลังระบาดมาจากประเทศ เม็กซิโก ไข้หวัดนี้เรียกกันว่าเป็นไข้หวัดหมู-Swine Influenza
แต่ มันเป็นไข้หวัดที่คาดว่าฆ่าคนใน เม็กซิโกไปแล้วร้อยกว่าคน และคนที่ตายไปไม่ใช่เด็กอ่อนหรือคนชรา เป็นผู้ใหญ่สุขภาพดี องค์กรอนามัยโลก WHO ได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน เพราะคนสามารถแพร่เชื้อโรคนี้ไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วผ่านการเดินทางบนเครื่อง บิน ในเวลาไม่กี่วันมันแพร่ไปที่สหรัฐ นิวซีแลนด์ และยุโรปแล้ว
ไข้หวัดหมูพันธ์ใหม่นี้มีหน้าตาอย่างไร?
มัน เป็นไวรัสไข้หวัดชนิด H1N1 (ไข้หวัดนกเป็น H5N1 และตัว H กับ N เจาะจงว่าบนเปลือกไวรัสมีโปรตีนชนิดใด ซึ่งมีผลกับการสร้างภูมิต้านทาน)
ประเด็น สำคัญคือ H1N1 ระบาดเป็นไข้หวัดใหญ่ธรรมดาในมนุษย์มานาน เช่นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง (ช่วงก่อน ๒๔๗๕) มันระบาดทั่วโลกและคนตายเป็นล้านๆ แต่ปัจจุบันมนุษย์มีภูมิต้านทานกับ H1N1 พอสมควร
แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ H1N1 รอบนี้มันผสมพันธุ์ใหม่กับไข้หวัดหมูและนก จึงมีความร้ายแรงมากขึ้น และเราอาจไม่มีภูมิต้านทานสมบูรณ์ (หมูมีลักษณะร่างกายคล้ายมนุษย์มากกว่านก มันเลยอันตรายมากขึ้น)
ข้อมูลที่เราควรทราบ
1. ไข้หวัดทุกชนิด แพร่ระบาดผ่านหยดน้ำจากการไอหรือจาม ซึ่งติดมือเราได้ด้วย อาการของไข้หวัดมรณะคล้ายๆ ไข้หวัดใหญ่ธรรมดา ในขั้นตอนแรกคือไข้สูง เจ็บคอ ไอ จาม และจะเริ่มมีปัญหาในการหายใจ ต่อมามีอาการปอดบวม และในที่สุดอาจจะตายถ้าไม่รีบรักษา คนที่ยังไม่แสดงอาการสามารถแพร่เชื้อได้
2. การสวมหน้ากาก การเช็ดกลอนประตู และการล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ หลายครั้งต่อวัน จะช่วยได้บ้าง
3. ไวรัสไข้หวัดเป็นไวรัสที่แปรพันธุ์วิวัฒนาการได้อย่างรวดเร็ว เพราะการแปรพันธุ์เป็นยุทธศาสตร์ของไวรัสในการเอาชนะระบบภูมิต้านทาน นอกจากการแปรพันธุ์เอง ไวรัสไข้หวัดทุกชนิดสามารถจะผสมพันธ์กับไวรัสไข้หวัดชนิดอื่นในสัตว์ต่างๆ ได้ ที่อันตรายคือสัตว์ที่มีร่างกายคล้ายมนุษย์ เช่นหมู บางครั้งการผสมพันธุ์อาจเกิดในมนุษย์เอง ขณะนี้เราไม่สามารถกำจัดเชื้อไข้หวัด H1N1 หรือไข้หวัดนก H5N1 ออกจากระบบสิ่งแวดล้อมในโลกได้
4. รัฐบาลไทยมีแนวโน้มจะโกหกและไม่ให้ข้อมูลเต็มกับประชาชน (เหมือนที่เขาทำเรื่องประชาธิปไตยและคนเสื้อแดง) เราควรติดตามข่าวในสื่อต่างประเทศ และที่สำคัญจากเว็ปไซท์ขององค์กรอนามัยโลก WHO
www.who.int/5. ยาฆ่าไวรัสที่ใช้ได้มีแค่สองชนิด ที่รู้จักกันดีคือ Oseltamivir (Tamiflu) ซึ่งรัฐบาลไทยสะสมไว้ไม่พอ รัฐบาล ตะวันตกสะสมไว้สำหรับ 25% ของประชากรและกำลังผลิตเพิ่ม แต่ในไทยไม่ได้เตรียมการถึงขนาดนี้ (ประเทศไทยจะต้องมียานี้อย่างน้อย 175 ล้านเม็ดถึงจะเพียงพอ) และคนที่จะได้ยาคงเป็นพวกอำมาตย์และผู้มีเส้นสาย นอกจากนี้ถ้ามันระบาดร้ายแรงในไทย มันจะกลายเป็นอีกข้ออ้างหนึ่งที่จะใช้อำนาจเผด็จการและทหาร อาจมีการล้อมปิดหมู่บ้านหรือชุมชน
6. เรายังไม่ทราบว่าวัคซีนต้านไข้หวัดใหญ่ที่มีอยู่ทั่วโลก จะใช้ได้ผลกับไข้หวัดหมูพันธุ์ใหม่หรือไม่
7. การแพร่ระบาดร้ายแรง (Pandemic) ของไวรัสไข้หวัดมรณะในมนุษย์ เคยเกิดขึ้นเป็นประจำในประวัติศาสตร์ ในรอบร้อยปีที่ผ่านมา มีการแพร่ระบาดร้ายแรงของไข้หวัดมนุษย์ 3 ครั้งคือ (1) ในปีค.ศ. 1918 “ไข้หวัดใหญ่สเปน” H1N1ฆ่าคนทั่วโลก 50-100ล้านคน (2) ในปีค.ศ. 1957 “ไข้หวัดใหญ่เอเซีย” H2N2 ฆ่าคนทั่วโลก 1-2 ล้านคน และ (3) ในปีค.ศ. 1968 “ไข้หวัดฮ่องกง” H3N2 ฆ่าคนทั่วโลกถึง 1-2 ล้านคนเช่นกัน
8. ทุกประเทศจะได้ผลกระทบจากการแพร่ระบาดร้ายแรงของไข้หวัดมรณะ การปิดพรมแดน และการจำกัดการเดินทาง จะป้องกันการระบาดไม่ได้ ในยุคที่มีการขนส่งทางอากาศการแพร่ระบาดทั่วโลกเกิดขึ้นได้ภายใน 3 เดือน และในประเทศที่มีชุมชนแออัดจะมีการระบาดอย่างรวดเร็ว
ข้อเรียกร้องที่ขบวนการแรงงานต้องเสนอกับรัฐและนายจ้าง
สหภาพแรงงาน จะมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้นายจ้างและรัฐบาลสร้างแผนการทำงานเพื่อปกป้อง ประชาชน เราต้องตั้งคำถามสำคัญๆ กับรัฐบาลและผู้บริหาร ข้อเรียกร้องดังกล่าวต้องเสนอในทุกเวที
1. รัฐบาลต้องเร่งผลิตยาในปริมาณเพียงพอ และต้องเตรียมการเพื่อผลิตวัคซีนสำหรับไข้หวัดมรณะ (ซึ่งต่างจากไข้หวัดนกหรือไข้หวัดใหญ่)
2. ในกรณีที่มียาในจำนวนจำกัด รัฐบาลต้องประกาศว่าใครจะมีสิทธิ์เข้าถึงยาอย่างโปร่งใส โดยใช้มาตรฐานที่เป็นธรรม แต่เราไว้ใจรัฐบาลไม่ได้
3. ทั้งรัฐและนายจ้างจะต้องมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับไข้หวัดมรณะให้ประชาชน อย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ปกปิดและหลอกเราว่ามันไม่ใช่ปัญหา
4. ในกรณีที่ลูกจ้างป่วยหรือต้องมีการปิดงานเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค สหภาพแรงงานต้องมีส่วนในการประเมินความเสี่ยง และรัฐและนายจ้างต้องรับประกันว่าจะจ่ายค่าจ้างตามปกติ
5. กลุ่มคนในชุมชนต่างๆ ควรมีส่วนสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลและกำหนดมาตรการป้องกันที่เป็นธรรมและอิงหลักฐานวิทยาศาสตร์
สยามแดง
๒๗ เมษายน ๒๕๕๒
[1] ผมจบปริญญาตรีชีวเคมีจากอังกฤษ ไม่ใช่แค่เป็นนักรัฐศาสตร์