ม.รามฯเร่งปั๊มหลักสูตรป.ตรี
"ทัศนมาตรบัณฑิต" รามคำแหงโปรโมตหลักสูตร"ทัศนมาตรบัณฑิต" เผยผลิตไปแล้ว 2 รุ่นแค่ 10 คน พร้อมร่วมมือด้านวิชาการกับมหาวิทยาลัยอินเดียนา สหรัฐฯ ยันเรียนแล้วไม่มีตกงาน เหตุตลาดขาดแคลนมีไม่พอกับความต้องการ
หากพูดถึง 'นักทัศนมาตร' คน ไทยอาจไม่คุ้นหูมากนัก ขณะที่เพื่อนบ้านอย่าง จีน มาเลเซียหรือฮ่องกง ฟิลิปปินส์ รู้จักเป็นอย่างดีมากว่า 30 ปี ขณะที่ไทยสามารถผลิตบุคลากรได้ไม่มากนักและยังไม่พอกับความต้องการ
ดร.ดนัย ตันเกิดมงคล หัวหน้าสาขาทัศนมาตรศาสตร์ (Optometry) มหาวิทยาลัย รามคำแหง ฉายภาพสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า "70 เปอร์เช็นต์ ของคนไทย 60 ล้านคนต้องผ่านการบริการสายตาอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต แต่ทุกวันนี้เราผลิตบุคลากรได้ปีละ 20 คน องค์การอนามัยโลกบอกว่าเราน่าจะมีนักทัศนมาตรอย่างน้อย 600 คน"
'นักทัศนมาตร' คือใครและทำไมจึงเป็นที่ต้องการ !
ดร. ดนัยอธิบายว่า หน้าที่ของนักทัศนมาตรจะทำงานร่วมกับกับจักษุแพทย์ในการคัดกรองรักษา วินิจฉัยผู้ป่วยทางด้านสายตาที่นอกเหนือจากการผ่าตัด เพราะปัญหาสายตาบางอย่างผ่าตัดไม่ได้ เช่น ปัญหาเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ ขณะที่จักษุแพทย์จะเน้นในการรักษาโรคตาและการผ่าตัด แต่นักทัศนมาตรจะวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับด้านตาว่าควรผ่าตัดตอนนี้เลยหรือ สามารถแก้ไขทางอื่นได้ เป็นการคัดกรองขั้นต้นก่อนที่จะส่งรักษาต่อโดยจักษุแพทย์ ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอาการและไม่ได้เกี่ยวข้องกับโรคตาโดยตรงก็จะสามารถ สั่งการให้แก้ไขได้โดยตรง
เขา ยกตัวอย่างให้เข้าใจการทำงานของนักทัศนมาตรมากขึ้น สมมติว่าทางโรงเรียนส่งเด็กชายเอ มาตรวจตาเพราะมองกระดานไม่เห็น ก็ปรากฏว่ามีตาเขนิดหน่อย ลักษณะนี้สามารถแก้ไขได้ทั้งการผ่าตัดและการใช้เลนส์สายตา แต่ตามมาตรฐานก่อนที่จะผ่าตัดต้องเริ่มด้วยการแก้ไขสายตาก่อน ตรงนี้นักทัศนมาตรก็จะมีบทบาทในการตรวจและวินิจฉัยและจัดเลนส์สายตาให้ ถึงจุดหนึ่งก็จะส่งไปหาจักษุแพทย์ด้านตาเด็กว่าจะแก้ไขด้วยการผ่าตัดหรือไม่
" เด็กบางคนไม่รู้ว่าตนเองมีปัญหาสายตามาก่อน ก็เรียนหนังสือไม่ได้เพราะสายตาเอียง สายตาสั้น ครูก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร พออ่านหนังสือไม่ออกเพื่อนก็ล้อว่าเป็นคนโง่ ที่บ้านก็ว่า เด็กก็กลายเป็นคนโง่จริงๆ และทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมา ลองไปดูในคุกส่วนใหญ่สายตาไม่ดีทั้งนั้น มันเกิดจากปัญหาเล็กๆ ที่นักทัศนมาตรเท่านั้นจะหาสาเหตุได้"
ทั้งความจำเป็นต้องมีและความขาดแคลนบุคลากรทำให้มหาวิทยาลัยรามคำแหง เริ่มต้นเปิดหลักสูตรปริญญาตรี ทัศนมาตรศาสตรบัณฑิต (Doctor of Optometry, O.D.) มาตั้งแต่ปี 2545 ผลิตนักศึกษาจบไปแล้ว 2 รุ่น จำนวน 10 คน ด้วยความร่วมมือทางวิชาการจากมหาวิทยาลัย
อินเดียนา ประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีความเชี่ยวชาญในหลักสูตรนี้มามากกว่า 50 ปี โดยเข้ามาร่วมร่างหลักสูตรและส่งคณาจารย์มาช่วยสอน ทำให้วันนี้มหาวิทยาลัยรามคำแหงจึงมีศักยภาพในการเปิดสาขาวิชาทัศนมาตร ศาสตร์ที่มีความเข้มแข็งที่สุดในเอเชียอาคเนย์
หลักสูตรนี้ต่างจากหลักสูตรอื่นของ มหาวิทยาลัยเพราะต้องมาเรียนทุกวันปีละ 2 ภาคการศึกษา รวม 6 ปี ในปี 1-2 จะ เรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ทั่วไปและวิทยาศาสตร์ชั้นสูง ในระดับปี 3-4 จะเรียนเรื่องวิทยาศาสตร์การแพทย์และทัศนวิทยาศาสตร์ ลักษณะการเคลื่อนไหว ของ ลูกตา ระบบประสานงาน การตีความของสมอง และเน้นการฝึกปฏิบัติค่อนข้างเยอะในปี 5-6 จึงต้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติคลินิกทั่วไปและการปฏิบัติคลินิกพิเศษเพื่อ จบไปเป็นผู้ปฏิบัติงานวินิจฉัยสำหรับด้านสายตาจริงๆ
นอก จากนี้ผู้ที่จบหลักสูตรยังสามารถไปสอบในประกอบโรคศิลปะได้ทันทีเนื่องจาก เป็นหลักสูตรที่ผ่านการรับรองแล้ว และปีนี้ยังเป็นปีแรกที่นักศึกษาจะเข้าไปนั่งในที่เดียวกับที่จักษุแพทย์ทำ งาน ซึ่งจะทำให้การทำงานระหว่างจักษุแพทย์และนักทัศนมาตรมีความใกล้ชิดกันมาก ขึ้น
เพราะการแพทย์ในปัจจุบัน มีพระเอกคนเดียวไม่ได้ เพราะคนไข้มีความสลับ ซับซ้อนมากขึ้นถ้าทำคนเดียวก็มีโอกาสที่จะผิดพลาดได้
-----------------------------------------------------------------------
ชื่อแปลกดี เลยคัดมาให้อ่านง่ายๆ ครับ
http://www.matichon.co.th/prachachat/news_detail.php?id=3524&catid=2